วิธียกเลิก Dropbox อย่างถูกกฎหมายสำหรับผู้ใช้ไทย | Yafee
วิธียกเลิก Dropbox อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมายในประเทศไทย: คู่มือสมบูรณ์ปี 2024
Dropbox คืออะไรและเหมาะสำหรับใคร
Dropbox เป็นบริการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ช่วยให้คุณจัดเก็บ สำรองไฟล์ และแชร์เอกสารจากอุปกรณ์หลายเครื่องผ่านอินเทอร์เน็ต บริษัท Dropbox International Unlimited Company ซึ่งตั้งสำนักงานในไอร์แลนด์ ให้บริการแก่ผู้ใช้ไทยผ่านเว็บไซต์ https://www.dropbox.com/th_TH/ เพื่อให้สะดวกต่อการจัดการข้อมูล
คุณสมบัติหลักและกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย
บริการ Dropbox ออกแบบมาเพื่อบุคคล ทีมงาน และองค์กรขนาดต่างๆ ที่ต้องการแชร์ไฟล์และทำงานร่วมกัน คุณสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณจากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา ฟีเจอร์เช่นการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน การตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึง และการติดตามประวัติไฟล์ช่วยให้ทีมทำงานประสิทธิภาพสูงขึ้น
โครงสร้างค่าธรรมเนียมและแผนราคา
Dropbox มีแผนราคาหลายระดับสำหรับสมาชิกรายเดือนหรือรายปี คุณชำระเงินตามแผนที่เลือก ไม่ว่าจะเป็นรายบุคคล ทีม หรือองค์กร แผน Plus มีพื้นที่ 2 เทราไบต์ประมาณ 400-500 บาทต่อเดือน ในขณะที่แผน Professional มีพื้นที่ 3 เทราไบต์ประมาณ 550 บาทต่อเดือน สำหรับทีม แผน Standard และ Advanced ให้ราคา 500-900 บาทต่อสมาชิกต่อเดือนตามคุณลักษณะที่ต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบแผน Dropbox ที่เป็นตัวเลือกปัจจุบัน
ตารางนี้แสดงแผนการสมัครสำหรับบุคคลและทีมในประเทศไทย เพื่อให้คุณเลือกแผนที่เหมาะกับความต้องการและงบประมาณของคุณ
| แผน |
พื้นที่เก็บข้อมูล |
ราคา (บาท/เดือน) |
ฟีเจอร์หลัก |
เหมาะสำหรับ |
| Basic (ฟรี) |
2 GB |
0 |
พื้นที่จำกัด แชร์ไฟล์พื้นฐาน |
ผู้ใช้ทั่วไป |
| Plus |
2 TB |
400-500 |
แชร์ฟรี ควบคุมสิทธิ์ Dropbox Backup |
บุคคลที่ใช้งานหนัก |
| Professional |
3 TB |
550-650 |
ฟีเจอร์ Plus ทั้งหมด บวก Smart Sync |
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี |
| Standard (ทีม) |
3 TB ต่อคน |
500-600 |
ควบคุมแอดมิน Smart Sync เดสก์ทอป |
ทีมเล็กถึงกลาง |
| Advanced (ทีม) |
ไม่จำกัด |
800-900 |
ทั้งหมดใน Standard บวกรายงาน Vault |
องค์กรและทีมใหญ่ |
| Business Plus |
ไม่จำกัด |
เจรจา |
ฟีเจอร์องค์กร ฝ่ายสนับสนุนเชิงลึก |
องค์กรขนาดใหญ่ |
เหตุผลทั่วไปสำหรับการยกเลิก Dropbox
การตัดสินใจยกเลิกการสมัครใดๆ นั้นเป็นการเลือกของแต่ละบุคคล และเหตุผลของคุณอาจแตกต่างกันไป ผู้ใช้บางคนเลือกบริการอื่นเพื่อราคาที่ถูกกว่า ขณะที่บางคนพบว่าพื้นที่เก็บข้อมูลที่พวกเขาจ่ายค่าอยู่มากกว่าที่พวกเขาต้องการจริง ส่วนคนอื่นอาจเปลี่ยนไปยังแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันที่ครอบคลุมขึ้น
เหตุผลการยกเลิกที่พบบ่อยที่สุด
ผู้ใช้ Dropbox มักจะยกเลิกสมาชิกด้วยเหตุผลต่อไปนี้: ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่สูงเมื่อเทียบกับบริการแข่งขัน การใช้พื้นที่จัดเก็บจริงน้อยกว่าที่จ่ายให้ การเปลี่ยนไปยังแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันที่ครอบคลุมมากขึ้นเช่น Microsoft 365 หรือ Google Workspace หรือการลดค่าใช้จ่ายสมาชิกที่ไม่จำเป็น เมื่อคุณมีความชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลของคุณ Yafee สามารถช่วยให้คุณผ่านกระบวนการยกเลิกด้วยขั้นตอนที่ชัดเจนและปลอดภัย
สัญญาณที่บ่งชี้ว่าคุณควรพิจารณายกเลิก
หากคุณพบว่าตัวเองกำลังคลิกผ่านแจ้งการเรียกเก็บเงิน Dropbox มาหลายเดือนโดยไม่ได้ใช้บริการอย่างจริงจัง หรือหากคุณไม่แน่ใจว่าสมัครสมาชิกใดอีกต่อไป นี่อาจเป็นเวลาที่ดีในการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง Yafee มีประสบการณ์ในการช่วยผู้ใช้นับพันคนตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเกี่ยวกับการสมัครโดยให้ข้อมูลและขั้นตอนที่ชัดเจน
สิทธิ์ผู้บริโภคของคุณภายใต้กฎหมายไทย
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558 คุณมีสิทธิ์ในการยกเลิกสัญญาการสมัครสมาชิกดิจิทัลในช่วงเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะเมื่อบริการไม่ได้มีการจัดหาตามที่ตกลงกันไว้
สิทธิ์หลักของคุณในการยกเลิก
ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค คุณมีสิทธิ์ที่จะ: ยกเลิกการสมัครโดยแจ้งให้บริษัททราบอย่างชัดแจ้ง ขอเอกสารการยืนยันการยกเลิก และได้รับการชำระเงินคืนสำหรับช่วงเวลาที่คุณไม่ได้ใช้บริการ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (อยู่ในสังกัดกระทรวงการพาณิชย์) เป็นหน่วยงานที่คุณสามารถยื่นร้องขอเมื่อ Dropbox ปฏิเสธการยกเลิกหรือไม่ส่งคืนเงิน
การติดต่อเพื่อบังคับใช้สิทธิ์ของคุณ
หากคุณต้องการติดต่อเรื่องการยกเลิกหรือการถูกเรียกเก็บเงินโดยไม่สิทธิ์ กรุณาส่งอีเมลไปยัง [email protected] และระบุคำขอของคุณอย่างชัดแจ้ง Dropbox จำเป็นต้องตอบสนองภายใน 30 วัน ตามกฎหมายปกป้องผู้บริโภค หากไม่ได้รับการตอบสนอง คุณสามารถยื่นเรื่องร้องขอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งประเทศไทย
วิธียกเลิก Dropbox ขั้นตอนเต็มตามแต่ละช่องทาง
คุณมีตัวเลือกหลายวิธีในการยกเลิก Dropbox ขึ้นอยู่กับว่าคุณสมัครสมาชิกผ่านช่องทางใด วิธีที่ปลอดภัยที่สุดและมีเอกสารครบถ้วนที่สุดคือการติดต่อโดยจดหมายลงทะเบียนหรืออีเมล แต่คุณยังสามารถยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play หากคุณสมัครสมาชิกผ่านช่องทางเหล่านั้น
ขั้นตอนที่ 1: ยกเลิกผ่านเว็บไซต์ Dropbox โดยตรง
วิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดและคุณสามารถติดตามความคืบหน้าได้ตามเวลาจริง
- เข้าสู่บัญชี Dropbox ของคุณที่ https://www.dropbox.com/
- ใช้ที่อยู่อีเมลและรหัสผ่านของคุณในการเข้าสู่ระบบ
- คลิกที่ไอคอนโปรไฟล์ของคุณในมุมขวาบนของหน้าจอ
- หากคุณใช้ Dropbox บน iPhone หรือ Android จะมีปุ่มเมนูแทน
- เลือก "Settings" หรือ "ตั้งค่า" จากเมนูแบบเลื่อนลง
- กดไปที่ส่วน "Account" หรือ "บัญชี"
- ค้นหาส่วน "Billing" หรือ "การจัดการสมาชิก"
- คุณจะเห็นรายละเอียดการสมัครปัจจุบันและวันที่เรียกเก็บเงินครั้งต่อไป
- คลิก "Cancel Dropbox Plus" หรือ "ยกเลิก [ชื่อแผน]"
- คุณอาจต้องตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลในการยกเลิก
- ยืนยันการยกเลิกของคุณอีกครั้ง
- Dropbox จะส่งอีเมลยืนยันการยกเลิกไปยังที่อยู่อีเมลของคุณ
ขั้นตอนที่ 2: ยกเลิกผ่าน app store (สำหรับผู้ใช้ iPhone/iPad)
หากคุณสมัครสมาชิก Dropbox ผ่าน Apple App Store คุณต้องยกเลิกผ่านระบบการสมัครสมาชิกของ Apple
- เปิด App Store บน iPhone หรือ iPad ของคุณ
- แตะไอคอน App Store บนหน้าจอหลัก
- แตะไอคนโปรไฟล์ของคุณในมุมขวาล่าง
- จะปรากฏหนึ่งในสี่ไอคนเมนู
- เลือก "Subscriptions" หรือ "สมาชิก"
- คุณจะเห็นรายการการสมัครที่ใช้งานอยู่ทั้งหมด
- ค้นหา Dropbox ในรายการและแตะไปที่เมื่อคุณพบมัน
- จะแสดงรายละเอียดการสมัครและวันหมดอายุ
- แตะ "Cancel Subscription" หรือ "ยกเลิกการสมาชิก"
- คุณอาจต้องเลือกเหตุผลสำหรับการยกเลิก
- ยืนยันการตัดสินใจของคุณ
- Apple จะส่งเมลยืนยันไปยังที่อยู่อีเมลของคุณ
ขั้นตอนที่ 3: ยกเลิกผ่าน google play (สำหรับผู้ใช้ android)
หากสมัครสมาชิก Dropbox ผ่าน Google Play Store คุณต้องยกเลิกผ่านการตั้งค่าบัญชี Google ของคุณ
- เปิด Google Play Store บนอุปกรณ์ Android ของคุณ
- แตะไอคน Google Play Store บนหน้าจอหลัก
- แตะไอคนโปรไฟล์ของคุณในมุมขวาบน
- เลือก "Manage subscriptions" หรือ "จัดการการสมัครสมาชิก"
- คุณจะเห็นรายการการสมัครทั้งหมด
- แตะ Dropbox เมื่อคุณพบในรายการ
- จะแสดงรายละเอียดการสมัครปัจจุบัน
- แตะ "Cancel subscription" หรือ "ยกเลิกการสมาชิก"
- Google อาจขอเหตุผลว่าเหตุใดคุณจึงยกเลิก
- ยืนยันการยกเลิก
- Google Play จะส่งการยืนยันผ่านอีเมล
ขั้นตอนที่ 4: ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่มีเอกสาร)
วิธีนี้ให้หลักฐานที่เข็มแข็งที่สุดของการยกเลิก และแนะนำสำหรับการยกเลิกที่มีมูลค่าสูงหรือที่มีข้อพิพาท
- เตรียมจดหมายของคุณที่ระบุชื่อ ที่อยู่ อีเมล และหมายเลขบัญชี Dropbox
- เขียนคำขอให้ชัดแจ้ง: "ฉันขอให้ยกเลิกสมาชิก Dropbox ของฉันตั้งแต่วันที่ [ระบุวันที่]"
- ระบุแผนที่คุณสมัครและเหตุผลสำหรับการยกเลิก
- ส่งจดหมายลงทะเบียนถึง Dropbox International Unlimited Company
- ที่อยู่: 1133 Drury Lane, Dublin 7, D07 E65F, Ireland
- ให้เลือก "ลงทะเบียนพร้อมใบเสร็จรับรอง" เพื่อติดตามการส่ง
- รักษาสำเนาจดหมายและใบเสร็จรับรองการส่ง
- เหล่านี้คือหลักฐานที่คุณส่งคำขอยกเลิก
- รอการยืนยันจาก Dropbox
- โดยปกติใช้เวลา 10-15 วันทำการ
- ตรวจสอบบัญชีของคุณหลังจากการยกเลิก
- ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินได้หยุดลงแล้วในวัฒนะการส่งเงิน
ขั้นตอนที่ 5: ติดต่อการสนับสนุน Dropbox โดยโดยตรง
หากวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือหากคุณพบปัญหาในการยกเลิก ติดต่อทีมสนับสนุนของ Dropbox โดยตรง
- ไปที่ https://www.dropbox.com/support
- เลือกประเทศไทยจากเมนูการเลือกภาษา
- ค้นหา "ยกเลิกการสมาชิก" หรือ "Cancel subscription" ในส่วนช่วยเหลือ
- Dropbox จะมีคำแนะนำและแบบฟอร์มติดต่อ
- เติมแบบฟอร์มติดต่อด้วยข้อมูลบัญชีและคำขอของคุณ
- ระบุชื่อบัญชี อีเมล และเหตุผลสำหรับการยกเลิก
- ส่งแบบฟอร์มและรอการตอบสนอง
- โดยปกติใช้เวลา 1-3 วันทำการ
- หากต้องการการติดต่อด้วยอีเมลโดยตรง ส่งไปยัง [email protected]
- ระบุหัวข้อเรื่อง "การยกเลิกสมาชิก" อย่างชัดแจ้ง
เงินคืนและการปรับการเรียกเก็บเงินของคุณ
การได้รับเงินคืนหลังจากยกเลิก Dropbox ขึ้นอยู่กับว่าคุณสมัครสมาชิกเป็นรายเดือนหรือรายปี และเมื่อใดที่คุณยกเลิก
นโยบายการคืนเงินและการปรับลด
หากคุณสมัครสมาชิก Dropbox รายปี Dropbox จะปรับลดค่าใช้จ่ายของคุณตามสัดส่วนสำหรับเดือนที่คุณยกเลิก โดยส่งเงินคืนหรือเครดิตบัญชีผ่านช่องทางการชำระเงินเดิมของคุณ การปรับลดนี้มักจะใช้เวลา 10-15 วันธุรกิจที่จะแสดงในบัญชี หากคุณสมัครสมาชิกรายเดือน คุณจะหยุดค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไป ไม่มีการคืนเงินสำหรับเดือนปัจจุบันเมื่อคุณยกเลิก
วิธีติดตามการคืนเงินของคุณ
หลังจากยกเลิก ให้ตรวจสอบส่วน "Billing" ในการตั้งค่าบัญชี Dropbox ของคุณ เพื่อดูประวัติการเรียกเก็บเงินและการปรับลด คุณสามารถดู "Account Activity" หรือ "ประวัติบัญชี" ซึ่งจะแสดงว่าเงินถูกคืนแล้ว หากเมื่อผ่านไป 15 วันแล้วและยังไม่เห็นการคืนเงิน ติดต่อทีมสนับสนุน Dropbox หรือผู้ให้บริการการชำระเงินของคุณ (เช่น Apple Pay, Google Pay หรือบัตรเครดิต) เพื่อค้นหาเงินของคุณ
สิ่งที่ต้องทำหลังจากยกเลิก Dropbox
การยกเลิก Dropbox ไม่ได้สิ้นสุดเมื่อคุณส่งคำขอเท่านั้น มีขั้นตอนสำคัญที่คุณควรทำเพื่อให้มั่นใจว่าบัญชีของคุณปลอดภัยและการเปลี่ยนไปบริการใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น
ตรวจสอบว่าการสมัครได้ยกเลิกแล้ว
ก่อนทำการเปลี่ยนบริการ ให้ตรวจสอบว่าการสมัครของคุณได้ยกเลิกแล้วจริง เข้าสู่ https://www.dropbox.com/ ด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดิมของคุณ หากบัญชีแสดงว่า "Basic (ฟรี)" คุณได้ยกเลิกแล้ว หากบัญชียังคงแสดง Plus, Professional หรือแผนอื่น แสดงว่าการยกเลิกยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ติดต่อ Dropbox ทันที
ดาวน์โหลดไฟล์ของคุณก่อนการตัดสิทธิ์
Dropbox จะลบบัญชีและไฟล์ของคุณหลังจาก 180 วันหลังจากการยกเลิก ตลอดเวลานี้ คุณสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณได้ในระดับสิทธิ์ Basic อย่างไรก็ตาม เป็นการดีที่สุดที่จะดาวน์โหลดไฟล์ที่สำคัญทั้งหมดตั้งแต่วันนี้ ไปที่ Dropbox และเลือกไฟล์ที่คุณต้องการ คลิก "Download" แล้วบันทึกไปยังคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจัดเก็บข้อมูลภายนอกของคุณ
ลบข้อมูลส่วนตัวจากบัญชีเก่า
หากคุณต้องการลบบัญชี Dropbox ของคุณถาวร แทนที่เพียงแค่ยกเลิกการสมาชิก คุณสามารถลบบัญชีได้อย่างถาวร เข้าสู่การตั้งค่าบัญชี ไปที่ "Account" หรือ "บัญชี" และค้นหา "Delete account" หรือ "ลบบัญชี" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากการลบนั้นไม่สามารถยกเลิกได้ Yafee แนะนำให้คุณตรวจสอบ 2 ครั้งก่อนดำเนินการลบถาวร
ระบุบริการทางเลือก
ตอนนี้ที่คุณได้ยกเลิก Dropbox ให้พิจารณาเลือกบริการเก็บข้อมูลบนคลาวด์อื่น ๆ เช่น Google Drive, OneDrive, Amazon S3 หรือ iCloud ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริการใหม่มีฟีเจอร์ที่คุณต้องการ ความสามารถในการแชร์ไฟล์ และราคาที่เหมาะสม หลายบริการให้พื้นที่ฟรีแม้ว่าพื้นที่จะมีจำกัด ในการตัดสินใจ Yafee มีคู่มือเปรียบเทียบบริการจัดเก็บข้อมูลหลายบริการที่สามารถช่วยให้คุณเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง
การยกเลิก Dropbox นั้นตรงไปตรงมา แต่หลายคนทำผิดพลาดเล็กน้อยที่อาจทำให้กระบวนการซับซ้อนขึ้น ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด และวิธีหลีกเลี่ยง
การพ่วงใจยกเลิกผ่านช่องทางเดียว
ผิดพลาด: ยกเลิกเพียงผ่าน App Store แต่ไม่ได้ยกเลิกบัญชี Dropbox เองในระบบ ซึ่งอาจทำให้ Dropbox พยายามเรียกเก็บเงินผ่านช่องทางอื่น วิธีแก้: หลังจากยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play ให้ตรวจสอบการตั้งค่าบัญชี Dropbox บน https://www.dropbox.com/ และยืนยันว่าการสมัครหยุดลงแล้ว
ไม่ดาวน์โหลดไฟล์สำคัญก่อนยกเลิก
ผิดพลาด: ยกเลิก Dropbox และลืมดาวน์โหลดไฟล์ที่คุณต้องการ หลังจากลบบัญชี ไฟล์เหล่านั้นจะหายไปอย่างถาวร วิธีแก้: ก่อนยกเลิก ให้ดาวน์โหลดไฟล์สำคัญทั้งหมดลงบนคอมพิวเตอร์ของคุณ Yafee แนะนำให้สร้างรายชื่อไฟล์ที่คุณต้องการเก็บไว้ก่อนเริ่มกระบวนการยกเลิก
การทำให้ยกเลิกและการลบบัญชีสับสน
ผิดพลาด: คิดว่าการยกเลิกการสมาชิกจะลบบัญชี Dropbox ของคุณอย่างถาวร ในขณะที่จริง ๆ คุณจะมีบัญชี Basic ฟรีอยู่ วิธีแก้: หากคุณต้องการลบบัญชี Dropbox ของคุณถาวร คุณต้องเลือกตัวเลือก "Delete account" อย่างชัดแจ้งจากการตั้งค่า
ไม่เก็บหลักฐานการยกเลิก
ผิดพลาด: ไม่บันทึกอีเมลยืนยันการยกเลิกหรือเอกสารอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาหากมีข้อพิพาท วิธีแก้: บันทึกอีเมลยืนยันจากทั้ง Dropbox และ App Store/Google Play หากส่งจดหมายลงทะเบียน ให้เก็บใบเสร็จรับรองการส่งและสำเนาจดหมาย
รายการตรวจสอบสำหรับการยกเลิก Dropbox
ใช้รายการตรวจสอบนี้เพื่อมั่นใจว่าคุณได้ยกเลิก Dropbox อย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย
| ขั้นตอน |
สถานะ |
หมายเหตุ |
| เข้าสู่บัญชี Dropbox และยืนยันแผนปัจจุบัน |
☐ |
ต้องทำก่อนจุดเริ่มต้น |
| ดาวน์โหลดไฟล์สำคัญไปยังเครื่องของคุณ |
☐ |
ทำเสร็จให้เต็มที่ |
| ส่งคำขอยกเลิกผ่านเว็บไซต์ Dropbox หรือ App Store/Google Play |
☐ |
บันทึกวันที่และเวลา |
| รับและเก็บอีเมลยืนยันการยกเลิก |
☐ |
สิ่งสำคัญสำหรับการอ้างสิทธิ์ |
| ตรวจสอบในแดชบอร์ด Dropbox ว่าสมาชิกมีสถานะ Basic |
☐ |
ควรทำในวันหรือสองวันตามกำหนด |
| ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินได้หยุดในการคำสั่งซื้อ |
☐ |
อนุญาต 10-15 วันทำการ |
อื่น ๆ บริการเก็บข้อมูลระดับนอกจาก Dropbox
หลังจากยกเลิก Dropbox คุณอาจต้องการตรวจสอบบริการเก็บข้อมูลทางเลือก ตารางนี้เปรียบเทียบตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ใช้ไทย
| บริการ |
พื้นที่ฟรี |
ราคา (บาท/เดือน) |
ข้อดี |
ข้อเสีย |
| Google Drive |
15 GB |
100-300 |
อินเทอร์เฟสง่าย การรวมกับ Google Workspace |
ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า |
| Microsoft OneDrive |
5 GB |
150-400 |
บูรณาการกับ Office 365 การสนับสนุนที่ดี |
ส่วนต่อประสานมีความซับซ้อนมากขึ้น |
| iCloud+ (Apple) |
5 GB |
100-550 |
อุปกรณ์ Apple บูรณาการเต็มที่ ความเป็นส่วนตัว |
เฉพาะสำหรับผู้ใช้ Apple |
| Amazon S3 |
ไม่มี |
เริ่ม 200 (ต่อ GB) |
ความจุขนาดใหญ่ ความสามารถ API |
ซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป |
| pCloud |
10 GB |
200-400 |
การเข้ารหัสลับปลายถึงปลาย ความเป็นส่วนตัว |
บริษัท Yafee เล็กกว่า Dropbox |
| Sync.com |
5 GB |
250-450 |
ความเป็นส่วนตัวสูง เซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย |
ต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป |
ที่อยู่จดหมายและการติดต่อเพื่อยกเลิก Dropbox
หากคุณต้องการส่งจดหมายลงทะเบียนหรือติดต่อ Dropbox อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการยกเลิกหรือข้อพิพาท ให้ใช้ที่อยู่และข้อมูลติดต่อต่อไปนี้
ที่อยู่จดหมายอย่างเป็นทางการสำหรับการสอบถามการยกเลิก
Dropbox International Unlimited Company
1133 Drury Lane
Dublin 7, D07 E65F
Ireland
อีเมล: [email protected]
ประเทศ: ไอร์แลนด์ (บริษัทแม่ที่บริหารการยกเลิกของ Dropbox)
เวลาการตอบสนอง: โดยปกติ 10-15 วันทำการสำหรับการติดต่อผ่านจดหมาย 1-3 วันทำการสำหรับอีเมล
ลิงก์ด้านสนับสนุน Dropbox ที่เป็นประโยชน์
หน้าการสนับสนุน: https://www.dropbox.com/support
ฟอร์มติดต่อ: https://www.dropbox.com/support/contact
เว็บไซต์ไทย: https://www.dropbox.com/th_TH/
การตั้งค่าบัญชี: https://www.dropbox.com/account/settings
จุดติดต่อหากโต้แย้ง
หากคุณไม่พอใจกับการตอบสนองของ Dropbox หรือหาก Dropbox ปฏิเสธการยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลที่ถูกต้อง คุณสามารถยื่นข้อร้องขอต่อ:
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
สำนักงาน: กระทรวงการพาณิชย์
เว็บไซต์: https://www.dpc.go.th/
ติดต่อ: 1300 (สายด่วน)
ประเทศ: ประเทศไทย
หน่วยงานนี้สามารถยกเว้นการเรียกเก็บเงินที่ผิดกฎหมายและให้คำแนะนำผู้บริโภค
สรุปและขั้นตอนสุดท้าย
การยกเลิก Dropbox นั้นเป็นกระบวนการที่ง่ายสำหรับผู้ที่ทำให้ชัดเจนและปฏิบัติตามขั้นตอน ไม่ว่าคุณจะเลือกยกเลิกผ่านเว็บไซต์ App Store Google Play หรือจดหมายลงทะเบียน ให้แน่ใจว่าคุณเก็บหลักฐานของการยกเลิก ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินได้หยุดลงแล้ว และดาวน์โหลดไฟล์ที่สำคัญก่อนการจบสิ้นสิ้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558 คุณมีสิทธิ์ในการยกเลิกการสมัครดิจิทัลโดยไม่มีการลงโทษ และหากต้องการความช่วยเหลือ Yafee ได้รวบรวมข้อมูลนี้เพื่อให้คุณรู้สึกมั่นใจ ซึ่ง Yafee ได้ช่วยกลุ่มผู้ใช้นับพันคนยกเลิกการสมัครหลายรายการอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย Yafee ให้บริการนี้เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเกี่ยวกับการสมาชิกดิจิทัลของคุณ
หากคุณติดขัดหรือต้องการความชี้แนะเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม https://www.yafee.com/ เพื่อดูคู่มายและข้อมูล สำหรับระเหิดเลิกด้วยความมั่นใจ