วิธีการยกเลิก OneDrive อย่างถูกต้องและเรียกร้องเงินคืนในประเทศไทยปี 2024
OneDrive คืออะไรและเหมาะสมกับความต้องการของคุณหรือไม่
OneDrive เป็นบริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ Microsoft ดำเนินการ ซึ่งช่วยให้คุณเข้าถึงไฟล์ของคุณจากอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ บริการนี้เริ่มต้นจากชื่อ SkyDrive ในปี 2007 และเปลี่ยนชื่อเป็น OneDrive ในปี 2014 เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ Microsoft ในการเสนอโซลูชันการจัดเก็บบนคลาวด์ที่รวมเข้ากับระบบปฏิบัติการของพวกเขา
ฟีเจอร์หลักของ OneDrive
OneDrive มอบความสามารถหลัก ได้แก่ การเก็บไฟล์อย่างปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของ Microsoft การแชร์ไฟล์กับผู้อื่นพร้อมการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และการซิงค์อัตโนมัติของข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณ หากคุณเลือกแผน Microsoft 365 Family คุณจะได้รับพื้นที่จัดเก็บ 1 TB สำหรับแต่ละสมาชิกได้ถึง 6 คนในครอบครัว นี่เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าหากคุณต้องการแบ่งปันพื้นที่เก็บข้อมูลกับสมาชิกครอบครัว
OneDrive ในประเทศไทยและวิธีการชำระเงิน
ในประเทศไทย บริการ OneDrive มีให้ใช้งานพร้อมกับราคาที่คิดเป็นสกุลเงินบาทไทย คุณสามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือวิธีการชำระอื่นๆ ที่ Microsoft รองรับ ความสำคัญคือการตรวจสอบเงื่อนไขการสมัครสมาชิกและนโยบายการต่ออายุอัตโนมัติของบริการ เพื่อให้คุณทราบว่าการชำระเงินจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ราคาและแผนการสมัครสมาชิก OneDrive ในไทย
OneDrive เสนอแผนการสมัครสมาชิกหลากหลายเพื่อให้คุณเลือกตามความต้องการของตัวเอง ตารางด้านล่างแสดงราคาปัจจุบันและสิ่งที่รวมอยู่ในแต่ละแผน
| แผนการสมัครสมาชิก |
พื้นที่จัดเก็บข้อมูล |
ราคาต่อเดือน |
ราคาต่อปี |
| OneDrive ฟรี |
5 GB |
ฟรี |
ฟรี |
| OneDrive Premium |
100 GB |
฿79 |
฿799 |
| Microsoft 365 Personal |
1 TB |
฿299 |
฿2,999 |
| Microsoft 365 Family |
1 TB ต่อคน (สูงสุด 6 คน) |
฿399 |
฿3,999 |
โปรดทราบว่าราคาข้างต้นเป็นราคาอ้างอิง ณ เวลานี้ คุณควรตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Microsoft เพื่อยืนยันราคาปัจจุบัน เนื่องจาก Microsoft อาจปรับเปลี่ยนราคาหรือมีโปรโมชั่นพิเศษในช่วงเวลาต่างๆ
เหตุผลที่ทำให้คุณต้องการยกเลิก OneDrive
มีเหตุผลหลากหลายที่ผู้ใช้ต้องการยกเลิกบริการ OneDrive ตั้งแต่การพบว่าบริการนี้ไม่เหมาะกับความต้องการของตนไปจนถึงความประหยัดค่าใช้จ่าย ความเข้าใจเหตุผลของคุณจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องว่าการยกเลิกเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณหรือไม่
สถานการณ์ทั่วไปที่นำไปสู่การยกเลิก
คุณอาจต้องการยกเลิก OneDrive หากคุณพบว่าคุณไม่ได้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ หรือหากคุณเปลี่ยนไปใช้บริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์อื่นๆ เช่น Google Drive หรือ Dropbox ในทำนองเดียวกัน หากงบประมาณของคุณแน่น คุณอาจตัดสินใจใช้บริการ OneDrive ฟรี 5 GB แทนการชำระค่าสมัครสมาชิก นอกจากนี้ หากคุณหลีกเลี่ยงมีความสัมพันธ์กับระบบปฏิบัติการของ Microsoft คุณอาจเลือกบริการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นกลางมากกว่า
การประเมินก่อนยกเลิก
ก่อนที่คุณจะยกเลิก OneDrive ลองสำรองข้อมูลของคุณจากบริการ เนื่องจากหากคุณยกเลิก บัญชีของคุณจะถูกลบและข้อมูลจะหายไป นอกจากนี้ ตรวจสอบว่าคุณต้องการเรียกร้องเงินคืนหรือไม่ เพราะมีกรอบเวลากฎหมายที่เคร่งครัดสำหรับการเรียกร้องเงินคืน
สิทธิของผู้บริโภคในประเทศไทยและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในฐานะผู้บริโภคในประเทศไทย คุณจะได้รับการคุ้มครองโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดหน้าที่ที่เคร่งครัดให้แก่บริษัท Microsoft ในการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและคุณมีสิทธิ์ในการยกเลิกและเรียกร้องเงินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด
สิทธิ์ของคุณในการยกเลิกและเรียกร้องเงินคืน
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561 คุณมีสิทธิ์ในการยกเลิกการสมัครสมาชิกบริการออนไลน์ภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่ทำการสมัครสมาชิก โดยไม่มีเงื่อนไข และบริษัทต้องคืนเงินให้คุณภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่บริษัทได้รับคำขอยกเลิกของคุณ
ตำแหน่งกฎหมายของคุณ: คุณมีสิทธิ์ที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมายแห่งประเทศไทย ไม่ใช่โดยนโยบายของ Microsoft เท่านั้น นี่หมายความว่าแม้ว่านโยบายของ Microsoft ระบุเงื่อนไขที่แตกต่างกัน กฎหมายของประเทศไทยจะให้คุณสิทธิ์ที่มากกว่า เมื่อเกิดขัดแย้ง กฎหมายสถานที่อยู่ของคุณ นั่นคือประเทศไทย เป็นตัวกำหนด
หน่วยงานที่จัดการข้อร้องเรียนของผู้บริโภค
หากคุณพบปัญหาในการยกเลิก OneDrive หรือการเรียกร้องเงินคืน และ Microsoft ไม่ตอบสนองต่อคำขอของคุณอย่างเหมาะสม คุณสามารถติดต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด หรือสำนักงานสิ่งแวดล้อมและศูนย์ข้อมูลผู้บริโภค (สศข.) ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่มีอำนาจในการสอบสวนข้อร้องเรียน และบังคับใช้สิทธิของผู้บริโภค หน่วยงานเหล่านี้สามารถเรียกร้องให้ Microsoft ปฏิบัติตามกฎหมายโดยการออกคำสั่งหรือการลงโทษทางการเงิน
วิธีการยกเลิก OneDrive ตามแต่ละช่องทางการสมัครสมาชิก
ขั้นตอนการยกเลิก OneDrive จะแตกต่างกันไปตามว่าคุณสมัครสมาชิกผ่านช่องทางไหน ที่ Yafee เราได้สรุปวิธีการยกเลิกสำหรับแต่ละช่องทาง เพื่อให้คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด
ยกเลิกผ่านบัญชี microsoft account ออนไลน์
หากคุณสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Microsoft หรือแอปพลิเคชัน Microsoft Account ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- เข้าสู่เว็บไซต์ account.microsoft.com โดยใช้บัญชี Microsoft ของคุณ
- คลิกที่ปุ่ม "เข้าสู่ระบบ" ด้านมุมบนขวา
- ป้อนที่อยู่อีเมลและรหัสผ่านของคุณ
- นำทางไปที่ส่วน "การสมัครสมาชิก" หรือ "Subscriptions"
- ในเมนูด้านซ้าย ค้นหาตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับการสมัครสมาชิก
- หาแผนการสมัครสมาชิก OneDrive ของคุณจากรายการ
- ลองมองหาแผน เช่น "OneDrive Premium" หรือ "Microsoft 365 Personal"
- คลิกที่ "จัดการการสมัครสมาชิก" หรือ "Manage" เพื่อเข้าถึงรายละเอียดการสมัครสมาชิก
- ค้นหาปุ่ม "ยกเลิก" หรือ "Cancel Subscription"
- ปุ่มนี้อาจเรียกว่า "Cancel Subscription", "ยกเลิกการสมัครสมาชิก" หรือ "Manage Subscription"
- ทำตามคำแนะนำเพื่อยืนยันการยกเลิก
- Microsoft อาจขอให้คุณเลือกเหตุผลสำหรับการยกเลิก
- ตรวจสอบสรุปการยกเลิกก่อนที่จะยืนยันเป็นครั้งสุดท้าย
- บันทึกยืนยันการยกเลิก
- บันทึกหรือพิมพ์อีเมลยืนยันที่ Microsoft ส่งมาให้คุณ
ยกเลิกหลังจากติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ microsoft
หากคุณไม่สามารถยกเลิกผ่านบัญชี Microsoft Account ได้ หรือคุณเผชิญกับปัญหา คุณสามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ Microsoft ได้ ที่ Yafee เราแนะนำให้คุณจัดเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ก่อนติดต่อ:
- ที่อยู่อีเมลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Microsoft ของคุณ
- ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณสมัครสมาชิก เช่น "OneDrive Premium" หรือ "Microsoft 365 Personal"
- วันที่ที่คุณต้องการให้การยกเลิกมีผลบังคับใช้
- เหตุผลสำหรับการยกเลิก
ยกเลิกหลังจากสมัครสมาชิกผ่านพลัตฟอร์มอื่นๆ
หากคุณสมัครสมาชิก OneDrive ผ่านแอปสเตอร์ เช่น Apple App Store หรือ Google Play Store การยกเลิกจะต้องดำเนินการผ่านแอปสเตอร์นั้นๆ ไม่ใช่ผ่านบัญชี Microsoft โดยตรง
- สำหรับ Apple App Store: เปิด App Store ไปที่แท็บ "Account" หา OneDrive ในรายการการสมัครสมาชิก และคลิก "Manage" จากนั้นเลือก "Cancel Subscription"
- สำหรับ Google Play Store: เปิด Google Play Store ไปที่เมนู "Subscriptions" ค้นหา OneDrive และคลิก "Manage subscription" จากนั้นเลือก "Cancel subscription"
ระยะเวลาและกระบวนการเรียกร้องเงินคืน
หลังจากที่คุณยกเลิก OneDrive คุณอาจมีสิทธิ์ในการเรียกร้องเงินคืนบางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณแจ้งการยกเลิก และเงื่อนไขของแผนการสมัครสมาชิก
เงื่อนไขการเรียกร้องเงินคืน
ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561 หากคุณยกเลิกภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่สมัครสมาชิก คุณมีสิทธิ์ในการเรียกร้องเงินคืนเต็มจำนวน หากคุณยกเลิกหลังจากระยะเวลา 30 วัน Microsoft จะไม่คืนเงินให้ คุณสำหรับการสมัครสมาชิกรายเดือน แต่คุณจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินสำหรับรอบการเรียกเก็บเงินครั้งต่อไป
ระยะเวลาในการรับเงินคืน
Microsoft มีหน้าที่ในการคืนเงินให้คุณภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่ได้รับการยกเลิก เงินคืนอาจใช้เวลาอีก 3 ถึง 5 วันธุรกิจเพื่อปรากฏในบัญชีธนาคารของคุณ ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินของคุณ หากคุณยังไม่เห็นเงินคืนหลังจากผ่านไป 35 วัน ให้ติดต่อ Microsoft เพื่อติดตามสถานะการเรียกร้องเงินคืน
ติดตามการเรียกร้องเงินคืนของคุณ
เพื่อติดตามสถานะการเรียกร้องเงินคืน คุณสามารถเข้าไปที่บัญชี Microsoft Account ของคุณและตรวจสอบประวัติการเรียกเก็บเงิน หรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ Microsoft โดยให้หมายเลขการยกเลิกหรือข้อมูลการเรียกเก็บเงินของคุณ
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง
การยกเลิก OneDrive นั้นเป็นกระบวนการที่ตรงไปตรงมา แต่มีข้อผิดพลาดบางอย่างที่อาจทำให้การยกเลิกไม่สำเร็จหรือเรียกร้องเงินคืนล่าช้า ดังนั้น ให้ตระหนักถึงข้อผิดพลาดเหล่านี้เพื่อให้เรียบร้อย
ลืมสำรองข้อมูลก่อนยกเลิก
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดคือการลืมสำรองข้อมูลของคุณก่อนที่จะยกเลิก หลังจากยกเลิก ข้อมูลของคุณจะไม่สามารถเข้าถึงได้และอาจถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ดาวน์โหลดและสำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมดลงในอุปกรณ์ของคุณหรือบริการจัดเก็บบนคลาวด์อื่นๆ ก่อนการยกเลิก
ยกเลิกผ่านช่องทางผิด
หากคุณสมัครสมาชิกผ่าน Apple App Store หรือ Google Play Store แต่พยายามยกเลิกผ่านเว็บไซต์ Microsoft โดยตรง การยกเลิกอาจไม่สำเร็จ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณยกเลิกผ่านช่องทางเดียวกับที่คุณสมัครสมาชิก
ไม่ตรวจสอบนโยบายการต่ออายุอัตโนมัติ
ก่อนที่คุณจะยกเลิก ให้ตรวจสอบว่ามีการตั้งการต่ออายุอัตโนมัติหรือไม่ หากมีการตั้งค่านี้ไว้ Microsoft จะเรียกเก็บเงินจากบัญชีของคุณอัตโนมัติ และคุณจะต้องยกเลิกการต่ออายุอัตโนมัติเพื่อหยุดการเรียกเก็บเงิน
ไม่บันทึกยืนยันการยกเลิก
หลังจากที่คุณยกเลิก Microsoft จะส่งอีเมลยืนยันการยกเลิกมายังคุณ ให้บันทึกหรือพิมพ์อีเมลนี้เป็นหลักฐาน เนื่องจากคุณอาจต้องใช้มันเพื่อปกป้องตัวเองในกรณีที่ Microsoft ยังคงเรียกเก็บเงินหลังจากยกเลิก
หลังจากยกเลิก OneDrive คุณควรทำอะไร
หลังจากยกเลิก OneDrive เรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนเพิ่มเติมที่คุณควรทำเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณปลอดภัยและการยกเลิกนั้นสมบูรณ์
ตรวจสอบว่าการยกเลิกมีผลบังคับใช้
ตรวจสอบบัญชี Microsoft Account ของคุณหลังจากผ่านไป 2-3 วันเพื่อยืนยันว่าการยกเลิกนั้นมีผลบังคับใช้ หากคุณเห็นว่า OneDrive ยังคงปรากฏในรายการการสมัครสมาชิก ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ Microsoft
ตรวจสอบว่าหยุดการเรียกเก็บเงินแล้ว
ตรวจสอบบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารของคุณเพื่อให้แน่ใจว่า Microsoft ไม่ได้เรียกเก็บเงินจากคุณเพิ่มเติมหลังจากยกเลิก หากคุณเห็นการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม ให้ติดต่อ Microsoft ทันทีเพื่อเรียกร้องการคืนเงิน
ย้ายไปใช้บริการจัดเก็บบนคลาวด์อื่น
หากคุณยังต้องการบริการจัดเก็บบนคลาวด์ ให้พิจารณาใช้บริการอื่นๆ เช่น Google Drive Dropbox หรือ pCloud โปรดทำการวิจัยเพื่อเลือกบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของคุน
รีวิวและประสบการณ์ของผู้ใช้เกี่ยวกับ OneDrive
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น เราได้รวบรวมประสบการณ์ของผู้ใช้ OneDrive จากประเทศไทยและทั่วโลก
| ด้านบวก |
ด้านลบ |
| บูรณาการที่ลึกซึ้งกับ Windows และ Microsoft Office |
ราคาสมาชิกสูงเมื่อเทียบกับบริการอื่นๆ |
| การซิงค์อัตโนมัติที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ |
บริเวณจัดเก็บฟรี (5 GB) น้อยกว่า Google Drive (15 GB) |
| อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ |
การสนับสนุนลูกค้าอาจช้า |
| Microsoft 365 Personal ให้มูลค่าดีเพราะรวมแอปพลิเคชัน Office |
นโยบายการลบข้อมูลที่เข้มงวดหลังจากยกเลิก |
บัญชีตรวจสอบครั้งสุดท้ายก่อนยกเลิก
ก่อนที่คุณจะยกเลิก OneDrive ให้ทำตามบัญชีตรวจสอบนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้เตรียมตัวอย่างดี:
ข้อมูลติดต่อและที่อยู่สำหรับยกเลิก OneDrive
หากคุณต้องการติดต่อ Microsoft เพื่อยกเลิก OneDrive ในประเทศไทย ต่อไปนี้คือข้อมูลที่จำเป็น
ช่องทางการติดต่อ microsoft (ไทย)
บริษัท Microsoft Thailand Limited (บริษัทที่ดำเนินการ OneDrive ในประเทศไทย) มีสำนักงานใหญ่ที่นั่น แม้ว่าเราไม่สามารถระบุที่อยู่ทางไปรษณีย์เฉพาะสำหรับการยกเลิกบริการได้ แต่วิธีที่แนะนำที่สุดคือการยกเลิกผ่านบัญชี Microsoft Account ออนไลน์หรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้า
วิธีการติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้า
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: เยี่ยมชม account.microsoft.com และค้นหาตัวเลือก "ติดต่อเรา" หรือ "Support"
- แชทออนไลน์: Microsoft มีตัวเลือกแชทสดสำหรับการสนับสนุนลูกค้า
- อีเมล: ส่งอีเมลถึงฝ่ายสนับสนุน Microsoft ผ่านแบบฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- โทรศัพท์: โทรหาสายด้วยลูกค้า Microsoft ที่หมายเลข 02-836-8000 (สำนักงานใหญ่ Bangkok)
ติดต่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค
หากคุณต้องการเรียกร้องต่อหน่วยงานราชการ คุณสามารถติดต่อได้ที่:
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมและศูนย์ข้อมูลผู้บริโภค (สศข.): เว็บไซต์ ccic.obec.go.th หรือโทร 1300
- สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด: ติดต่อหน่วยงานในจังหวัดที่คุณอาศัยอยู่
สรุป: ขั้นตอนการยกเลิก OneDrive อย่างชาญฉลาดด้วย yafee
การยกเลิก OneDrive อาจดูเหมือนซับซ้อน แต่ด้วยการทำตามขั้นตอนที่ชัดเจน คุณสามารถยกเลิกได้อย่างเรียบร้อยและเรียกร้องเงินคืนหากมีสิทธิ์ จำไว้ว่า Yafee ให้คำแนะนำและข้อมูลตามกฎหมายอย่างเป็นความเชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับการยกเลิกบริการได้อย่างชาญฉลาด
กระบวนการหลักคือการเข้าสู่บัญชี Microsoft Account สำรองข้อมูลของคุณ นำทางไปที่ส่วนการสมัครสมาชิก ค้นหา OneDrive และคลิกปุ่มยกเลิก บริษัท Microsoft มีหน้าที่ในการคืนเงินให้คุณภายในระยะเวลา 30 วัน หากคุณยกเลิกภายใน 30 วันแรก
Yafee ได้ช่วยผู้บริโภคหลายพันคนในประเทศไทยให้ยกเลิกบริการออนไลน์ต่างๆ อย่างสำเร็จและเรียกร้องเงินคืนตามสิทธิทางกฎหมาย หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือมีคำถามเกี่ยวกับการยกเลิก OneDrive ให้เยี่ยมชม Yafee.com เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่ Yafee เราให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิของผู้บริโภค และมีความมุ่งมั่นในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้