วิธียกเลิกบริการ True move h อย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย
เหตุใดคุณอาจต้องการยกเลิกบริการ True
True Corporation เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทย โดยมีบริการมือถือ 5G (True Move H) และอินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์ (True Online) รวมถึงบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่มีแพ็กเกจหลากหลายตั้งแต่ประมาณ 590 บาทถึง 990 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม บริการของ True อาจไม่ตรงกับความต้องการของคุณเสมอไป การเปลี่ยนแปลงราคา ความเร็วเครือข่ายที่ไม่ตรงกับคำมั่นสัญญา หรือการหาบริการที่ดีกว่าเป็นสาเหตุทั่วไปที่ลูกค้าตัดสินใจยกเลิก ความเข้าใจขั้นตอนการยกเลิกแบบเป็นทางการช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดหวังและการเรียกเก็บเงินอย่างผิดกฎหมายหลังวันสุดท้ายของการให้บริการ
เหตุผลหลักในการยกเลิกบริการ True
ลูกค้าเลือกยกเลิกบริการของ True ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ เช่น การย้ายไปยังบริการแข่งขัน (AIS, dtac หรือ TOT) การลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในช่วงที่เศรษฐกิจเดือดร้อน หรือการหาทางเลือกอินเทอร์เน็ตอื่น ผู้ใช้บางคนพบว่าความเร็วเครือข่ายหรือคุณภาพบริการไม่ตรงกับคำมั่นสัญญาของทางบริษัท ส่วนอีกกลุ่มเลือกยกเลิกเนื่องจากการเก็บเงินรายเดือนที่สูงขึ้นหรือการสิ้นสุดสัญญาตามกำหนด
ประโยชน์จากการยกเลิกอย่างเป็นทางการ
การยกเลิกผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ True ช่วยให้คุณได้รับการยืนยันลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินในภายหลัง การทำตามขั้นตอนถูกต้องยังหมายถึงคุณมีสิทธิปกป้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558
ราคาและแพ็กเกจปัจจุบันของ True
ก่อนที่คุณยกเลิก การทราบแพ็กเกจและค่าใช้จ่ายรายเดือนปัจจุบันของคุณช่วยให้คำนวณค่าธรรมเนียมการยกเลิกและการคืนเงินได้อย่างเที่ยงธรรม
| ประเภทบริการ |
แพ็กเกจตัวอย่าง |
ราคารายเดือน |
ระยะเวลาข้อเสนอ |
| True Move H 5G มือถือ |
Unlimited 5G |
599 บาท |
ตามสัญญา (มักไม่มี) |
| True Move H 5G มือถือ |
Super Combo (มือถือ + ไฟเบอร์) |
990 บาท |
ตามสัญญา |
| True Online ไฟเบอร์บ้าน |
500 Mbps |
990 บาท |
6 เดือน (บ้าง) |
| True Online ไฟเบอร์บ้าน |
300 Mbps |
890 บาท |
6 เดือน (บ้าง) |
| True Move H เติมเงิน |
เติมเงินแบบปกติ |
ไม่มี (ใช้จ่ายตามการใช้) |
ไม่มี |
| บริการเสริม |
สตรีมมิง โทรต่างประเทศ |
50-200 บาท |
ตามสัญญา |
ราคาข้างต้นเป็นตัวอย่างเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจริงของคุณอาจแตกต่างกันไปตามแผนและเงื่อนไขพิเศษ ให้ตรวจสอบบิลล่าสุดของคุณหรือบัญชีออนไลน์ผ่าน True app เพื่อทราบราคาที่คุณจ่ายจริง
สิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมายไทย
ในฐานะผู้บริโภคไทย คุณมีสิทธิที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558 และกฎหมายสื่อสารยุคใหม่ ซึ่งมีไว้เพื่อปกป้องคุณจากการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม
สิทธิหลักของคุณเมื่อยกเลิกบริการ
สิทธิในการบอกเลิก: คุณมีสิทธิยกเลิกหรือบอกเลิกสัญญาบริการในเวลาใดก็ได้ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา ตามมาตรา 46 และมาตรา 47 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค คุณอาจยกเลิกได้โดยไม่ต้องชำระค่าปรับ
สิทธิในการได้รับชดเชย: หากการยกเลิกเกิดจากการกระทำของบริษัท เช่น บริการขัดข้องอย่างต่อเนื่องหรือไม่ได้รับประกาศด้วยจดหมายลงทะเบียน คุณมีสิทธิในการเรียกร้องการคืนเงิน การชดเชย หรือการเลิกสัญญาโดยไม่มีค่าปรับ
สิทธิในความชัดเจน: บริษัทต้องแจ้งเงื่อนไขสัญญา ระยะเวลาผูกพัน ค่าธรรมเนียมการยกเลิก และอัตราการเรียกเก็บเงินให้กับคุณชัดเจนและเข้าใจได้ ไม่มีเงื่อนไขที่ซ่อนเร้นหรือวลีที่สับสน
สิทธิในการได้รับหลักฐาน: ขอหลักฐานการบอกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรจากตัวแทน True ทั้งผ่านหนังสือจดหมาย อีเมล หรือ SMS เพื่อให้คุณมีบันทึกของการยกเลิก
ตำแหน่งทางกฎหมายของคุณ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558 คุณไม่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่า True เลย True มีหน้าที่ตอบสนองต่อคำร้องขอการยกเลิกของคุณภายใน 7 วันทำการ หากมีข้อขัดแย้ง Yafee ได้ช่วยเหลือลูกค้านับพันคนในการยืนยันสิทธิของพวกเขาผ่านช่องทางตามกฎหมาย
วิธีการยกเลิกบริการ True อย่างเป็นทางการ
True ไม่อนุญาตให้ยกเลิกบริการผ่านที่อยู่เก่าๆ คุณต้องยกเลิกผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพื่อให้การยกเลิกของคุณมีผล
ขั้นตอนการยกเลิกผ่าน True move h shop
การยักเลิกแบบตัวต่อตัวที่ True Move H Shop ให้ความเชื่อมั่นว่าคำร้องของคุณถูกบันทึกอย่างถูกต้องทันที
- ค้นหา True Move H Shop ที่ใกล้คุณที่สุดผ่านเว็บไซต์ True หรือ Google Maps
- ตรวจสอบว่า shop นั้นเปิดอยู่และมีเวลาการทำงานที่สะดวกกับคุณ
- นำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและสัญญาบริการหากมี
- หากคุณต่อสัญญา ให้นำหลักฐานอ้างอิงหมายเลขโทรศัพท์หรือบัญชี
- แจ้งตัวแทนว่าคุณต้องการยกเลิกบริการและระบุเหตุผล
- ตัวแทนอาจเสนอโปรโมชันหรือแพ็กเกจใหม่ แต่คุณมีสิทธิปฏิเสธ
- ขอแบบฟอร์มการยกเลิกอย่างเป็นทางการและเติมข้อมูล
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหมายเลขโทรศัพท์และวันที่ยกเลิกถูกต้อง
- ลงนามหรือตัวแทนลงนามในแบบฟอร์มและให้คุณได้รับสำเนา
- คัดลอกบันทึกวันที่ และชื่อพนักงาน เพื่อใช้อ้างอิงในภายหลัง
- ถามเกี่ยวกับวันที่ยกเลิกที่แน่นอนและวิธีการชำระเงินคืน
- ตรวจสอบว่าจะหักค่าธรรมเนียมการยกเลิกหรือไม่
ขั้นตอนการยกเลิกผ่าน True call center
การโทรไปยัง True Call Center ช่วยให้คุณสามารถจัดการการยกเลิกได้ทันทีจากที่บ้าน แต่ให้จดหมายเหตุของการเรียกสำคัญ
- โทรไปยัง True Call Center ที่หมายเลข 1242 (ฟรี) หรือ 02 6888 111
- เรียกวันและเวลาที่คุณมีเวลาว่าง เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิว
- บอกตัวแทนว่าคุณต้องการยกเลิกบริการและเตรียมหมายเลขบัญชี
- ตัวแทนอาจขอข้อมูลการตรวจสอบสิทธิ เช่น วันเดือนปีเกิดหรือวันที่เปิดบริการ
- บอกเหตุผลการยกเลิก (ตัวเลือก แต่ช่วยในการวิจัยของ True)
- ตัวแทนอาจพยายามโน้มน้าวให้คุณยังคงใช้บริการต่อ เพียงแต่คุณมีสิทธิปฏิเสธ
- ขอให้ยืนยันวันที่ยกเลิกและวิธีการชำระสิ่งคงค้างชัดเจน
- ตรวจสอบว่าจะส่งหนังสือยืนยันทางอีเมลหรือ SMS ไปยังคุณ
- ขอหมายเลขอ้างอิงการเรียก (reference number) สำหรับการติดตามหากจำเป็น
- จดหมายเลขนี้ไว้เพื่อใช้ในการสืบค้นสถานะยกเลิกภายหลัง
- ปิดบริการตัวเองหลังจากวันที่กำหนด หรือรอให้ True ปิดให้
- ตรวจสอบเบิ้ลล่าหลังจากวันปิด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
ขั้นตอนการยกเลิกผ่าน True care chat
True Care chat เป็นช่องทางแบบไม่ต้องพูดคุย ซึ่งปล่อยให้คุณมีเวลาคิดและอ้างอิงง่าย
- เข้าไปยัง True app หรือเว็บไซต์ True Online
- ค้นหาไอคอน "Chat" หรือ "Customer Support" ในเมนูหลัก
- เลือก "True Care" หรือ "Customer Service" และเริ่มการแชท
- อาจต้องเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์และรหัสผ่าน
- พิมพ์: "ฉันต้องการยกเลิกบริการ" หรือ "ยกเลิกสัญญา"
- ระบบอาจนำคุณไปยังตัวแทน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- บอกหมายเลขบัญชีหรือหมายเลขโทรศัพท์ และจำนวนการขอยกเลิก
- ให้ข้อมูลที่ตัวแทนร้องขอเพื่อยืนยันตัวตน
- ขอให้ส่งการยืนยันการยกเลิกเป็นข้อความ (text file) หรือไฟล์รูป
- บันทึกหรือ screenshot การสนทนา เพื่อหลักฐาน
- ตรวจสอบการส่งหนังสือยืนยันอีเมลภายใน 24 ชั่วโมง
- หากไม่ได้รับ ติดต่อ True Call Center เพื่อยืนยันอีกครั้ง
ขั้นตอนการยกเลิกผ่านแอปพลิเคชัน True
True app ให้ความสะดวกในการยกเลิกโดยตรงจากอุปกรณ์มือถือของคุณ
- เปิด True app และเข้าสู่ระบบด้วยเบอร์โทรศัพท์และรหัสผ่าน
- ลืมรหัสผ่าน? ใช้ตัวเลือก "ลืมรหัสผ่าน" (Forgot Password)
- ไปที่ "My Account" หรือ "ข้อมูลบัญชี" (แตกต่างขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน)
- มองหาแท็บที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสัญญา
- เลือก "ยกเลิกบริการ" (Cancel Service) หรือ "บอกเลิก" (Terminate)
- แอปอาจแสดงตัวเลือก เช่น การหยุดชั่วคราวแทน
- ยืนยันวันที่ยกเลิกและเหตุผล (ตัวเลือก)
- โปรดจดบันทึกวันที่ที่แอปแสดง
- บันทึก screenshot หรือ PDF ของหน้าการยืนยัน
- เก็บไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่มีข้อพิพาทในภายหลัง
- ตรวจสอบอีเมลเพื่อรับหนังสือยืนยันการยกเลิกอย่างเป็นทางการ
- ติดต่อ True Care chat ทันทีหากไม่ได้รับหนังสือยืนยัน
ค่าธรรมเนียมการยกเลิกและการคืนเงิน
ค่าธรรมเนียมการยกเลิกขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ระหว่างระยะเวลาผูกพัน หรือหลังจากหมดสัญญา
เงื่อนไขการคืนเงิน
คุณอาจได้รับการคืนเงินหากปิดบริการก่อนสิ้นสุดรอบการเรียกเก็บเงิน บริษัทมีหน้าที่คืนเงินค่าบริการที่คาดเดียวสำหรับวันที่ยังไม่ใช้ Yafee ได้ช่วยลูกค้าติดตามเรื่องการคืนเงินที่ยืนยันและแจ้งเตือนหากมีความเสี่ยงในการชำระเงินเกิน
หากคุณอยู่ระหว่างระยะเวลาสัญญา (เช่น สัญญา 12 เดือนแต่ยกเลิกในเดือนที่ 6) True อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบอกเลิกตามเงื่อนไขสัญญา ตรวจสอบสัญญาของคุณเพื่อดูว่าค่าธรรมเนียมนี้คือเท่าใด (โดยทั่วไป 1-3 เดือนของค่าบริการ)
ขั้นตอนการเรียกเก็บการคืนเงิน
หากคุณมีสิทธิได้รับการคืนเงิน ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้:
- รวบรวมหนังสือยืนยันการยกเลิก บิลล่าล่าสุด และหนังสือที่แสดงว่าคุณชำระเงินหลัง
- สแกนหรือถ่ายรูปเอกสารสำหรับการเก็บอิเล็กทรอนิกส์
- คำนวณจำนวนวันที่คุณชำระและจำนวนวันที่บริการจริง
- เช่น หากจ่าย 30 วันแต่ใช้เพียง 20 วัน ค่าที่จ่ายเกินจะเป็น (10 วัน/30 วัน) × เงินที่จ่ายนั้น
- ติดต่อ True Call Center หรือ True Care chat พร้อมอ้างอิงเอกสาร
- ระบุหมายเลขบัญชี วันที่ยกเลิก และจำนวนที่คาดว่าจะได้รับเงินคืน
- ขอให้เขียนหนังสือยืนยันการคืนเงินพร้อมระยะเวลาประมาณ
- True มักจะคืนเงินภายใน 5-10 วันทำการผ่านตัวเลือกการชำระเงินเดิมของคุณ
- ตรวจสอบบัญชีธนาคารหรือวิธีการชำระของคุณเพื่อไปยังเงินคืน
- ติดต่อ Yafee ถ้าเงินไม่มาแม้ว่าจะเกิน 15 วันทำการ
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อยกเลิกบริการ True
การยกเลิกไม่ต้องเป็นกระบวนการที่สับสน บ่อยครั้งปัญหาเกิดจากขั้นตอนที่ไม่ถูกต้อง แต่คุณสามารถป้องกันได้ง่ายๆ
ข้อผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงได้
ข้อผิดพลาด 1: การยกเลิกทางปากเท่านั้น ห้ามใจเชื่อว่าการโทรและบอกว่า "ฉันต้องการยกเลิก" ถือเป็นการยกเลิกอย่างเป็นทางการ True อาจไม่บันทึกคำขอนี้ และเมื่อบิลมาถึง คุณจะต้องชำระเงินต่อไป ขอให้ส่งการยืนยันทางลายลักษณ์อักษร
ข้อผิดพลาด 2: ปล่อยให้บิลสะสมหลังวันที่ยกเลิก True บางครั้งยังคงเรียกเก็บเงินหลังจากวันที่ยกเลิก เนื่องจากระบบล่าช้า ตรวจสอบบิลของคุณเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือนหลังจากวันที่ยกเลิกและโต้แย้งค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ไม่ถูกต้อง
ข้อผิดพลาด 3: ไม่ทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมการยกเลิก ก่อนยกเลิก โปรดขอข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมการยกเลิกของคุณจากตัวแทน True อย่าถือว่าจะ "ฟรี"
ข้อผิดพลาด 4: ยกเลิกในวันผิดหรือเดือนผิด ยืนยันวันที่ยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร หากคุณพูดว่า "วันที่ 15 เดือนนี้" แต่ตัวแทนบันทึก "วันที่ 25" คุณจะมีปัญหา
ข้อผิดพลาด 5: ไม่จดหมายเลขอ้างอิงการเรียก หลังจากยกเลิกผ่าน Call Center เสมอ ให้ขอและจดหมายเลขอ้างอิง (reference number) ไว้ เพื่อใช้ในการติดตามหากมีข้อพิพาทในภายหลัง
หลังจากยกเลิกบริการ True
การยกเลิกไม่สิ้นสุดจากการส่งฟอร์มเท่านั้น คุณต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่า True ไม่เรียกเก็บเงินคืน
การตรวจสอบหลังวันที่ยกเลิก
รับการยืนยัน: ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากยกเลิก True ควรส่งหนังสือยืนยันทางอีเมล SMS หรือจดหมาย หากไม่ได้รับภายใน 24 ชั่วโมง ให้ติดต่อ True Call Center อีกครั้ง
ตรวจสอบบิล: ตรวจสอบบิลเรียกเก็บเงินต่อไป (หลังจากวันที่ยกเลิก 1-2 เดือน) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีค่าใช้จ่ายใหม่ที่บันทึก หากบิลตัวใหม่ปรากฏขึ้น ให้โต้แย้งทันที
ติดตามการคืนเงิน: หากคุณมีสิทธิได้รับการคืนเงิน ให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณ True มักจะคืนเงินภายใน 5-10 วันทำการ หากเกินเวลานี้ ให้โทรศัพท์หรือแชท True Care พร้อมหนังสือยืนยันการยกเลิก
หากอุปกรณ์ยังเสียบสาย: ถ้าคุณเป็นลูกค้า True Online (ไฟเบอร์) ให้แจ้ง True ว่าคุณต้องการเอากล่อง router ออก True จะส่งตัวแทนเก็บอุปกรณ์หรือให้คุณส่งคืน ตรวจสอบว่าสิ่งนี้เสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมสำหรับอุปกรณ์สูญหาย
หากเกิดปัญหาหลังการยกเลิก
การเรียกเก็บเงินต่อเนื่อง: หากบิลมาถึงหลังวันที่ยกเลิก ให้โต้แย้งทันที โทรศัพท์ True Call Center และให้ไฟล์สำเนาของหนังสือยืนยันการยกเลิก Yafee ได้สนับสนุนลูกค้านับพันคนในการจัดการกับการเรียกเก็บเงินที่ไม่ยุติธรรมโดยมีหลักฐาน
เบอร์โทรศัพท์ยังใช้งานอยู่: หากหมายเลขยังสามารถทำการติดต่อได้หลังวันที่ยกเลิก ให้ติดต่อ True ทันที อาจมีข้อผิดพลาดในการประมวลผล
ไม่สามารถเข้าถึง True app: หลังจากยกเลิก คุณอาจไม่สามารถเข้าถึง True app ได้ (ซึ่งเป็นปกติ) แต่หากคุณต้องการตรวจสอบบิลเก่า ให้บันทึก screenshot ของบิลก่อนวันยกเลิก
เปรียบเทียบการยกเลิก True กับตัวเลือกอื่น
ตรวจสอบว่าการยกเลิก True มีความเหมาะสมสำหรับสถานการณ์ของคุณ
| ตัวเลือก |
ข้อดี |
ข้อเสีย |
สิ่งที่แนะนำ |
| ยกเลิก True อย่างสมบูรณ์ |
หมดค่าบริการรายเดือน ไม่มีความผูกพัน |
อาจมีค่าธรรมเนียมการยกเลิก หากอยู่ระหว่างสัญญา |
ใช่ หากเบื่อ True |
| หยุดชั่วคราว (suspend) |
คงไว้ซึ่งหมายเลข ไม่ต้องชำระเงิน 3 เดือน |
หากอยู่นอกระยะเวลา 3 เดือน ต้องติดต่อขอขยาย |
ใช้ได้หากคุณอาจกลับมา |
| เปลี่ยนไปยังแพ็กเกจต่ำกว่า |
ลดค่าใช้จ่ายรายเดือน ทำง่าย |
ยังมีสัญญา อาจไม่ประหยัดมาก |
พยายามก่อน |
| เปลี่ยนไปยังผู้ให้บริการใหม่ (AIS/dtac) |
อาจได้โปรโมชันเปลี่ยนบริษัท เก็บเบอร์เดิม |
ต้องยกเลิก True ใช้บริการใหม่พร้อมกัน ลูกค้าใหม่อาจมีค่าติดตั้ง |
ใช่ หากพบดีล |
| ยกเลิก True Online หรือ True Move H เพียงอย่างเดียว |
ทำให้สม่ำเสมอ ลดค่าใช้จ่ายบางส่วน |
ต้องยกเลิก 2 บริการแยกกัน ถ้ามีทั้งสองอย่าง |
ใช่ หากต้องการเก็บบริการเดียว |
รายการตรวจสอบการยกเลิก True
ก่อนยกเลิก ให้ทำตามรายการตรวจสอบนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณพร้อม
- ตรวจสอบสัญญาของคุณเพื่อทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมการยกเลิก (หากมี)
- บันทึกหมายเลขบัญชี หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลการเข้าสู่ระบบ True app
- สแกนหรือถ่ายรูปบิลล่าสุดของคุณเพื่อบันทึก
- ตัดสินใจวันที่คุณต้องการยกเลิก (วันเดือนปี ที่ชัดเจน)
- เลือกช่องทางการยกเลิก (True Move H Shop, Call Center, True Care, หรือ app)
- ยกเลิกและขอหนังสือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร
- บันทึกหมายเลขอ้างอิงการเรียกหรือลำดับการเรียกที่แสดงบนหน้าจออ
- ตรวจสอบอีเมล SMS และจดหมายในวันต่อมา
- ตรวจสอบบิลต่อไป 2 เดือนสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ควร
- ติดตามการคืนเงิน หากประสบการณ์
การติดต่อ True เพื่อยกเลิก
นี่คือช่องทางอย่างเป็นทางการทั้งหมดของ True เพื่อใช้ในการยกเลิก
| ช่องทาง |
ข้อมูลติดต่อ |
เวลาทำการ |
ข้อดี |
| True Move H Shop |
ค้นหาผ่าน true.co.th หรือ Google Maps |
วันจันทร์-อาทิตย์ 10:00-20:00 (เปลี่ยนแปลง) |
ตัวต่อตัว ได้ยืนยันทันที |
| True Call Center |
1242 (ฟรี) หรือ 02 6888 111 (ใช้ค่าบริการ) |
วันจันทร์-ศุกร์ 08:00-20:00 วันเสาร์-อาทิตย์ 08:00-18:00 |
รวดเร็ว โทรจากที่บ้าน |
| True Care chat |
True app → Support → Chat |
24/7 (ตอบสนองอาจช้า ค่ำ) |
มีการบันทึก ไม่ต้องเรียก |
| True Online app |
ความช่วยเหลือ → ยกเลิกบริการ |
24/7 |
สะดวก ลงชื่อเร็ว |
| เว็บไซต์ True |
true.co.th → Contact Us → ฟอร์มติดต่อ |
24/7 (ตอบสนองใน 48 ชั่วโมง) |
ไม่ต้องรีส์ไตม์เซน |
ไป้องกันปัญหาหลังการยกเลิก
ตรวจสอบบิลของคุณสำหรับ 60 วันหลังจากวันที่ยกเลิก หากเห็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้อง ให้โต้แย้งโดยใช้หนังสือยืนยันการยกเลิกของคุณเป็นหลักฐาน Yafee ได้ช่วยเหลือลูกค้าที่ทำข้อมูลนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
เก็บรักษาสัญญาเดิม บิล หนังสือยืนยันการยกเลิก และหมายเลขอ้างอิงการเรียกไว้ที่ปลอดภัยเป็นระยะเวลา 1 ปี ถ้า True เรียกเก็บเงินคืนเดือนต่อมา คุณจะมีหลักฐานเพื่อโต้แย้ง
ไม่ลบ SMS หรืออีเมลยืนยันจาก True ใช้บริการคลาวด์ (Google Drive, iCloud) เพื่อเก็บภาพถ่ายสำรองหากทะเบียนของคุณล้างออก
บทสรุป
การยกเลิกบริการ True ต้องปฏิบัติตามช่องทางอย่างเป็นทางการ: True Move H Shop, True Call Center (1242), True Care chat, True Online app หรือเว็บไซต์ของ True ไม่มีที่อยู่เก่า คุณต้องใช้วิธีปัจจุบันนี้เท่านั้น
สิทธิของคุณ ได้รับการปกป้องโดย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558 คุณมีสิทธิยกเลิก ขอชดเชย และเรียกเก็บการคืนเงิน ได้รับหลักฐานลายลักษณ์อักษร
หลีกเลี่ยง: ยกเลิกทางปากเท่านั้น, ไม่ตรวจสอบบิลต่อไป, ลืมจดหมายเลขอ้างอิง, ไม่เก็บหลักฐาน
หลังจากยกเลิก: ตรวจสอบอีเมล SMS และบิล ตรวจสอบการคืนเงิน ติดต่อ Yafee หากบิลมาหลังวันที่ยกเลิก Yafee ได้ช่วยลูกค้านับพันคนจัดการการยกเลิก True อย่างราบรื่น และป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดหวัง บริการของเรายืนยันว่าการยกเลิกของคุณถูกประมวลผล และให้คำปรึกษากรณีเกิดข้อพิพาท
ติดต่อ Yafee ที่ yafee.com เพื่อรับการสนับสนุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเลิก True หรือวิธีการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาและสิทธิผู้บริโภค