วิธียกเลิก CapCut pro ในประเทศไทยและรับเงินคืนแบบสมบูรณ์ 2025
CapCut pro คืออะไรและเหตุใดคุณอาจต้องการยกเลิก
CapCut เป็นแอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอที่พัฒนาโดย ByteDance ตั้งแต่ปี 2019 และได้รับความนิยมสูงในหมู่ผู้สร้างเนื้อหาและสตรีมเมอร์ไทย เนื่องจากมีเครื่องมือแก้ไขที่มีประสิทธิภาพและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย บริการมี 2 เวอร์ชัน คือ ฟรี และ Pro ที่ต้องชำระเงิน Yafee ช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิของผู้บริโภคไทย และจำหน่ายขั้นตอนยกเลิกอย่างปลอดภัยทางกฎหมาย
แผนการสมัครสมาชิก CapCut pro ที่ใช้บังคับในไทย
CapCut Pro ในประเทศไทยมีสองแผนการชำระเงิน แต่ละแผนมีการเรียกเก็บแบบอัตโนมัติ และคุณต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเฉพาะเพื่อหยุดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง บริษัทไม่มีสำนักงานตรงในประเทศไทย ดังนั้นกระบวนการยกเลิกจึงต้องดำเนินการผ่านการติดต่อทางจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของบริษัท
ตารางแผนการชำระเงิน CapCut pro ในไทย
| แผน |
ราคา |
วงจรการเรียกเก็บเงิน |
ประเภทการชำระ |
หมายเหตุ |
| CapCut Pro (รายเดือน) |
฿129.00 |
ทุกเดือน |
อัตโนมัติ |
ยืดหยุ่นมากที่สุด |
| CapCut Pro (รายปี) |
฿1,290.00 |
ครั้งเดียวต่อปี |
อัตโนมัติ |
ประหยัดเบี้ยประมาณ 17% |
| CapCut ฟรี |
฿0.00 |
ไม่มี |
ไม่ต้องชำระ |
ไม่ต้องยกเลิก |
สิทธิของผู้บริโภคไทยตามกฎหมายการคุ้มครอง
ก่อนที่คุณจะดำเนินการยกเลิก คุณควรเข้าใจว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ปกป้องสิทธิของคุณอย่างไร Yafee ขอเน้นว่ากฎหมายไทยให้สิทธิแก่ผู้บริโภคในการเลิกสัญญาอย่างเด็ดขาด
สิทธิของคุณภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (ว่าด้วยสัญญาการสมัครสมาชิก) คุณมีสิทธิในการยุติสัญญาได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องมีเหตุผลเพิ่มเติม บริษัทจะต้องยืนยันการยกเลิกของคุณเป็นลายลักษณ์อักษร และจะต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ หลังจากวันที่ยกเลิกมีผล
ตำแหน่งทางกฎหมายของคุณ: หากคุณส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งยกเลิก CapCut จะต้องหยุดการเรียกเก็บเงินในภายใน 30 วัน (โดยประมาณ) ตั้งแต่วันที่ CapCut ได้รับจดหมายของคุณ หากบริษัทยังคงเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหลังจากนั้น คุณสามารถร้องขอเงินคืนได้ตามกฎหมย และสามารถยื่นร้องขอต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สำนักสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค)
หลักฐานสำคัญที่จะเก็บไว้เพื่อคุ้มครองตัวเอง
การเก็บหลักฐานอย่างถูกต้องช่วยให้คุณมีสิทธิในการแสดงตำแหน่งของคุณต่อ CapCut หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หากเกิดข้อพิพาท Yafee แนะนำให้คุณรวบรวมเอกสารต่อไปนี้ก่อนและหลังการยกเลิก
- ชื่อบัญชีผู้ใช้ (Username) และที่อยู่อีเมลที่ลงทะเบียนกับ CapCut
- ใบเสร็จหรือสลิปการชำระเงินล่าสุด พร้อมหมายเลขอ้างอิงการทำธุรกรรม
- วันที่เริ่มสมัครสมาชิก CapCut Pro และวันที่เรียกเก็บเงินครั้งต่อไป
- บันทึกข้อความหรือสกรีนช็อตการยกเลิกจากแอปหรือเว็บไซต์ (หากมี)
- ใบตอบรับจากไปรษณีย์ไทยที่แสดงว่าจดหมายลงทะเบียนถูกส่ง
- บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อใช้ยืนยันตัวตน
วิธีการยกเลิก CapCut pro ทีละขั้นตอน
เนื่องจาก CapCut ไม่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทย และไม่มีระบบยกเลิกโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ วิธีเดียวที่มีหลักฐานทางกฎหมายชัดเจนคือการส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของบริษัท Yafee ได้จัดเตรียมขั้นตอนโดยละเอียดเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมจดหมายขอยกเลิกแบบเป็นทางการ
คุณต้องเขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชัดเจนว่าเป็นคำขอยกเลิกการสมัครสมาชิก CapCut Pro ใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษแล้วแต่สะดวก
- เขียนหัวเรื่อง: "คำขอยกเลิกการสมัครสมาชิก CapCut Pro"
- ระบุข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-สกุลของคุณเต็มตามบัตรประจำตัวประชาชน
- ระบุที่อยู่ติดต่อในประเทศไทย เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่อีเมล
- ระบุที่อยู่อีเมลที่ลงทะเบียนกับ CapCut และชื่อบัญชีผู้ใช้
- ระบุวันที่เริ่มสมัครสมาชิก และวันที่เรียกเก็บเงินล่าสุด
- ระบุวันที่ที่คุณต้องการให้การยกเลิกมีผล (แนะนำให้ใส่วันถัดไปที่เรียกเก็บเงิน)
- ขอให้ CapCut ยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 14 วัน
ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเอกสารแนบพร้อมจดหมาย
คุณต้องแนบเอกสารสำคัญไปพร้อมกับจดหมายเพื่อพิสูจน์ตัวตนและสิทธิในการยกเลิก
- สำเนาหน้าแรกบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาใบเสร็จหรือสลิปการชำระเงินล่าสุด
- ใบยืนยันอีเมลที่ลงทะเบียนกับ CapCut (หากมี)
- บันทึกหรือสกรีนช็อตขั้นตอนการสมัครสมาชิก (หากคุณมี)
ขั้นตอนที่ 3 ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของบริษัท
คุณต้องส่งจดหมายลงทะเบียนโดยใช้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อให้มีหลักฐานว่าบริษัทได้รับจดหมายของคุณ
- ไปยังสาขาไปรษณีย์ไทยแห่งใกล้บ้านของคุณและขอส่งจดหมายลงทะเบียนแบบปลายทางผ่าน
- บอกพนักงานไปรษณีย์ว่าคุณต้องการแบบ "ลงทะเบียนและรับยืนยัน" เพื่อให้ได้หลักฐานการส่ง
- ระบุที่อยู่ปลายทาง: ที่อยู่ ByteDance (เจ้าของ CapCut) สำนักงานสิงคโปร์ หรือสำนักงานหลักในปักกิ่ง (ดูรายละเอียดในส่วนสุดท้าย)
- เก็บใบตอบรับจากไปรษณีย์เป็นหลักฐานการส่ง
ขั้นตอนที่ 4 ติดตามการได้รับจดหมายและการยกเลิก
หลังจากส่งจดหมาย คุณต้องติดตามให้แน่ใจว่า CapCut ได้รับและประมวลผลคำขอของคุณอย่างถูกต้อง
- รอสำหรับ 7-14 วันเพื่อให้ CapCut ยืนยันการรับจดหมาย (ตามกฎหมาย)
- ตรวจสอบอีเมลอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูว่าได้รับยืนยันการยกเลิกหรือไม่
- หลังจากได้รับยืนยัน ให้ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินหยุดลงแล้ว โดยตรวจสอบบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตของคุณ
- ถ้า CapCut ยังคงเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ให้ติดต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคทันที
การคืนเงิน สิ่งที่ควรรู้
ผู้ใช้ไทยมักมีคำถามเกี่ยวกับการคืนเงินหลังจากการยกเลิก Yafee ขอชี้แจงประเด็นนี้อย่างชัดเจน
ประเภทของการคืนเงินและเงื่อนไข
CapCut ไม่มีนโยบายการคืนเงินอย่างแท้จริง ในความหมายทั่วไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยให้สิทธิแก่คุณในสถานการณ์หลายอย่าง
- การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหลังการยกเลิก: หากคุณส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งยกเลิก และ CapCut ยังคงเรียกเก็บค่าใช้จ่าย คุณสามารถร้องขอเงินคืนได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
- การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายบรรจำนวนเงินสูงเกิน: หากบริษัทเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสูงกว่าจำนวนที่ตกลง คุณมีสิทธิในการร้องขอคืนส่วนต่างนั้น
- การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายโดยไม่มีการยืนยัน: หากคุณไม่เคยอนุมัติการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับวงจรใด ให้ติดต่อเจ้าหนี้ (บัตรเครดิตหรือธนาคาร) ทันที
วิธีขอเงินคืนจากบริษัท
ในกรณีที่คุณควรได้รับเงินคืนจาก CapCut คุณต้องยื่นคำขอที่เป็นทางการ
- ส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งขอเงินคืน ระบุจำนวนเงิน วันที่เรียกเก็บ และเหตุผล
- แนบหลักฐาน เช่น ใบเสร็จ บันทึกการโอนเงิน สกรีนช็อตบัญชี
- ให้ระยะเวลา 30-45 วันสำหรับบริษัทในการตอบกลับ
- หากบริษัทปฏิเสธ ให้ร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
การแสดงตำแหน่งทางกฎหมายของคุณต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
หากคุณต้องเพิ่มขึ้นประชดว่า CapCut ปฏิเสธการเรียกเก็บค่าใช้จ่าน คุณสามารถยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย Yafee แนะนำว่าการเก็บหลักฐานจากจุดเริ่มต้นช่วยให้เรื่องราวง่ายขึ้น
ขั้นตอนการร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
หากการติดต่อโดยตรงกับ CapCut ไม่ได้ผล คุณมีตัวเลือกอื่น
- รวบรวมหลักฐานทั้งหมด: จดหมาย สลิปการชำระเงิน ใบตอบรับไปรษณีย์
- เข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค (สสบ.) www.ocpb.go.th
- กรอกแบบฟอร์มร้องเรียนออนไลน์ หรือติดต่อสำนักงานสาขาใกล้บ้านของคุณ
- สำนักงาน สสบ. จะติดต่อ CapCut แทนคุณและติดตามเรื่อง
- ในกรณีที่ไม่สามารถหาประมาณ คุณสามารถฟ้องร้อง CapCut ต่อศาลแพ่งได้
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง
ผู้บริโภคหลายคนเผชิญกับปัญหาในการยกเลิก CapCut เพราะตัวเลือกการยกเลิกไม่ชัดเจน Yafee ต้องการให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้เพื่อให้การยกเลิกเรียบร้อย
ข้อผิดพลาดที่ 1 ลืมส่งจดหมายลงทะเบียน
ผู้ใช้จำนวนมากพยายามยกเลิกผ่านอีเมลธรรมดาหรือข้อความสนับสนุน แต่ไม่ได้รับการยืนยัน จดหมายลงทะเบียนเป็นวิธีเดียวที่ให้หลักฐานทางกฎหมายชัดเจน อีเมลธรรมดาไม่มีค่า
ข้อผิดพลาดที่ 2 ไม่แนบหลักฐานประกอบจดหมาย
จดหมายที่ไม่มีหลักฐานประกอบจะทำให้การสื่อสารของคุณอ่อนแอลง คุณต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและใบเสร็จการชำระเงิน
ข้อผิดพลาดที่ 3 ไม่ติดตามการเรียกเก็บเงินหลังการยกเลิก
หลายคนคิดว่าการส่งจดหมายเพียงพอแล้ว แต่คุณต้องตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณสำหรับ 1-2 เดือนถัดไปเพื่อให้แน่ใจว่าการเรียกเก็บเงินได้หยุดลง
ข้อผิดพลาดที่ 4 ใช้ที่อยู่ผิด
ต้องแน่ใจว่าคุณส่งจดหมายไปยังที่อยู่ออฟฟิศอย่างน้อยหนึ่งแห่งที่ ByteDance ดำเนินการจริง สิงคโปร์หรือปักกิ่งเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ข้อผิดพลาดที่ 5 ไม่เก็บสำเนาจดหมายของคุณเอง
ก่อนส่งจดหมายลงทะเบียน ให้สแกนหรือเก็บสำเนาเป็นหลักฐาน คุณจะต้องสำเนานี้หากเกิดข้อพิพาท
สิ่งที่คาดหวังหลังจากยกเลิก CapCut pro
เมื่อคุณส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งยกเลิกเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรคาดหวัง
ลำดับเวลาของการยกเลิก
กระบวนการยกเลิก CapCut มีลำดับเวลาที่ค่อนข้างยาว เนื่องจากบริษัทตั้งอยู่ในต่างประเทศ
- วันที่ 1-3: คุณส่งจดหมายลงทะเบียนผ่านไปรษณีย์ไทย
- วันที่ 7-14: จดหมายของคุณมาถึงสิงคโปร์หรือประเทศจีน
- วันที่ 14-30: CapCut ประมวลผลคำขอของคุณ (ตามกฎหมาย)
- วันที่ 30-45: คุณควรได้รับอีเมลยืนยันการยกเลิก
- วันที่ 45-60: การเรียกเก็บเงินหยุดลง หลังจากนั้นคุณจะไม่มีค่าใช้จ่าย
เข้าถึงบัญชี CapCut ของคุณหลังการยกเลิก
หลังจากการยกเลิกการสมัครสมาชิก CapCut Pro คุณจะถูกลดระดับไปยังเวอร์ชัน CapCut ฟรี
- คุณยังคงสามารถเข้าถึงบัญชีของคุณและเรียกดูโครงการเก่าของคุณได้
- คุณจะสูญเสียการเข้าถึงฟีเจอร์ Premium เช่น ลบลายน้ำ ไฟล์การส่งออกปกติ
- คุณไม่สามารถใช้ CapCut Pro ใหม่ได้ แต่คุณสามารถติดตั้ง CapCut ฟรีอีกครั้งได้
ตารางเปรียบเทียบตัวเลือก: เลือกกับ หรือ ยกเลิก
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจยกเลิก ให้พิจารณาว่ามีตัวเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่าหรือไม่
| ตัวเลือก |
ต้นทุน (ต่อปี) |
ฟีเจอร์ |
ความยืดหยุ่น |
คุณค่า |
| CapCut Pro (รายเดือน) |
฿1,548.00 |
ทั้งหมด |
สูง |
ยืดหยุ่นมากที่สุด |
| CapCut Pro (รายปี) |
฿1,290.00 |
ทั้งหมด |
ต่ำ |
ประหยัดที่สุด |
| CapCut ฟรี |
฿0.00 |
พื้นฐาน |
ไม่ต้องยกเลิก |
ดีสำหรับมือใหม่ |
| โปรแกรมแต่ง Pro ฟรี (DaVinci Resolve) |
฿0.00 |
คุณภาพสูงเมื่อเทียบ |
ไม่ต้องยกเลิก |
ดีสำหรับมืออาชีพ |
ข้อมูลการติดต่อและที่อยู่ส่งจดหมาย
หากคุณตัดสินใจยกเลิก CapCut Pro คุณต้องส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่อย่างน้อยหนึ่งแห่ง Yafee ขอแนะนำให้ส่งไปยังสิงคโปร์ก่อน เนื่องจากเป็นสำนักงานหลักสำหรับบริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่อยู่ ByteDance สิงคโปร์ (แนะนำ)
- บริษัท: ByteDance Pte Ltd
- ที่อยู่: 10 Collyer Quay, Ocean Financial Centre, Singapore 049315
- ประเทศ: Singapore
- วัตถุประสงค์: "Cancellation of CapCut Pro Subscription"
ที่อยู่ ByteDance ปักกิ่ง (ทางเลือก)
- บริษัท: ByteDance Inc
- ที่อยู่: 1 Toutiao Plaza, 10 Jiuxianqiao Road, Chaoyang District, Beijing 100015, China
- ประเทศ: China (สาธารณรัฐประชาชนจีน)
- วัตถุประสงค์: "Cancellation of CapCut Pro Subscription"
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สำหรับร้องเรียน)
- สำนักงาน: สำนักสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค
- เว็บไซต์: www.ocpb.go.th
- เบอร์โทรศัพท์: 1379 (หมายเลขสายร้องเรียน)
- ที่อยู่หลัก: 74/1 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
สรุปและการดำเนินการต่อไป
การยกเลิก CapCut Pro อาจดูซับซ้อนเนื่องจากบริษัทตั้งอยู่ในต่างประเทศ แต่เมื่อคุณเข้าใจสิทธิของคุณตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และปฏิบัติตามขั้นตอนของ Yafee คุณจะมั่นใจได้ว่าการยกเลิกของคุณมีผลโดยปราศจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ขั้นตอนสุดท้ายของคุณ: เตรียมจดหมายลงทะเบียนให้พร้อมในวันนี้ แนบหลักฐาน ไปยังไปรษณีย์ไทย และส่งไปยังที่อยู่ ByteDance ที่ระบุไว้ข้างต้น เก็บใบตอบรับไว้เป็นหลักฐาน ติดตามการเรียกเก็บเงินในเดือนต่อไป หากเกิดปัญหา ให้ยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค
Yafee ได้ช่วยให้ผู้บริโภคไทยนับพันคนยกเลิกสมัครสมาชิกดิจิทัลและรับเงินคืนตามกฎหมาย ด้วยการยืนยันตัวตนอย่างถูกต้องและติดตามการเรียกเก็บเงินของคุณ คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายดิจิทัลของคุณได้อย่างมั่นใจ