วิธียกเลิก Promise และหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร
Promise คืออะไร และเพราะเหตุใดคุณอาจต้องยกเลิก
Promise เป็นบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ออกแบบเพื่อให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงวงเงินสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ระบบหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม หลายคนพบว่าพวกเขาไม่ได้ใช้บริการนี้อีกต่อไป หรือต้องการเปลี่ยนไปใช้เงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า
คุณอาจรู้สึกกังวลว่าการยกเลิกเป็นกระบวนการซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วคุณมีสิทธิในการหยุดบริการนี้ได้เมื่อใดก็ตาม ที่ Yafee เราจึงสร้างคู่มือฉบับนี้เพื่อช่วยให้กระบวนการง่ายขึ้นและชัดเจนขึ้น
บริการของ Promise และโครงสร้างค่าใช้จ่าย
Promise นำเสนอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งคุณสามารถใช้เงินได้ตามความต้องการ บริษัทเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามจำนวนเงินที่คุณเบิก บริการหักเงินอัตโนมัติถูกตั้งค่าเพื่อให้การชำระเงินเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หากคุณไม่ต้องการหักเงินอีกต่อไป คุณต้องส่งคำร้องยกเลิกให้กับทีมงานของ Promise โดยตรง
เหตุผลทั่วไปสำหรับการยกเลิก Promise
ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ตัดสินใจยกเลิก Promise เพราะสาเหตุต่างๆ เช่น การค้นพบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจากสถาบันเงินกู้อื่น หรือพบว่าสามารถชำระหนี้เต็มจำนวนได้แล้ว บางคนกังวลเกี่ยวกับการหักเงินอัตโนมัติเนื่องจากต้องการควบคุมการเงินของตนเองได้ดีขึ้น คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในสถานการณ์นี้ และ Yafee เข้าใจความกังวลของคุณเหล่านี้
ราคาและค่าใช้จ่ายของ Promise
ก่อนที่คุณจะยกเลิก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าคุณจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ตารางค่าใช้จ่ายของ Promise
| ประเภทค่าใช้จ่าย |
จำนวน |
หมายเหตุ |
| อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ |
ตามข้อตกลงสัญญา |
คิดจากจำนวนเงินที่คุณเบิก |
| ค่าธรรมเนียมบริหารบัญชี |
ตามข้อตกลงสัญญา |
อาจคิดเป็นรายปี หรือรายเดือน |
| ค่าธรรมเนียมการหักเงินไม่สำเร็จ |
ตามข้อตกลงสัญญา |
หากบัญชีมีเงินไม่เพียงพอ |
| ยอดคงเหลือทั้งหมด |
ตามสัญญา |
ต้องชำระให้หมดก่อนยกเลิก |
สิ่งที่คุณต้องทำก่อนยกเลิก
หากคุณยังมียอดคงเหลือ คุณต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนที่ Promise จะหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีของคุณ คุณสามารถชำระเงินผ่านแอปของพวกเขา หรือจ่ายโดยตรงที่สาขาธนาคารที่ Promise ระบุ การชำระครบถ้วนคือเงื่อนไขแรกสำหรับการยกเลิกบริการที่สำเร็จ
ตรวจสอบสถานะบัญชีของคุณก่อนยกเลิก
ก่อนส่งคำร้องยกเลิก คุณต้องรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัญชี Promise เพื่อให้ทีมงานสามารถระบุตัวคุณและประมวลผลการร้องขอได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลที่คุณต้องเตรียมให้พร้อม
เมื่อคุณติดต่อ Promise เพื่อยกเลิก ให้มีข้อมูลต่อไปนี้พร้อม:
- เลขสัญญาหรือเลขที่ประจำตัวของบัญชี Promise
- ชื่อเต็มตามบัตรประชาชน
- เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
- เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนกับ Promise
- อีเมลที่ใช้สำหรับบัญชี Promise
- เลขบัญชีธนาคารที่ใช้สำหรับการหักเงิน
- สำเนาของบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต
การตรวจสอบยอดคงเหลือและประวัติการหักเงิน
เข้าไปในแอป Promise หรือเว็บไซต์ของพวกเขาและตรวจสอบยอดคงเหลือปัจจุบันของคุณ บันทึกยอดการหักเงินของคุณในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ดูได้จากสเตตเมนต์บัญชีธนาคาร หรือแอป Promise หากคุณพบการหักเงินซ้ำหรือการหักเงินที่ไม่ถูกต้อง คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานเมื่อร้องขอการคืนเงิน Yafee มีเครื่องมือที่ช่วยคุณติดตามการหักเงินของคุณได้
วิธีการยกเลิก Promise ขั้นตอนทีละขั้นตอน
ทีม Promise ไม่อนุญาตให้ยกเลิกผ่านแอปหรือเว็บไซต์โดยตรง คุณต้องติดต่อพวกเขาทางโทรศัพท์ หรือส่งจดหมายลงทะเบียน ขั้นตอนด้านล่างนี้เป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดในการยกเลิก
วิธีที่ 1 การส่งจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่ดีที่สุด)
การส่งจดหมายลงทะเบียนคือวิธีที่ให้หลักฐานมากที่สุด เพราะว่ามีการบันทึกและคุณจะได้รับใบเสร็จที่พิสูจน์ว่าคุณได้ส่งคำร้องแล้ว
- เขียนจดหมายยกเลิกหนึ่งฉบับ โดยระบุชื่อเต็มของคุณ เลขบัตรประชาชน เลขสัญญา และคำขอให้ยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติ พร้อมระบุวันที่ที่คุณต้องการให้การยกเลิกมีผลบังคับใช้
- ระบุวันที่เริ่มต้นและวันที่ที่คุณต้องการให้ยกเลิก
- ระบุหมายเลขบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับ Promise
- ลงชื่อของคุณและวันที่จดหมาย
- นำจดหมายไปยังสำนักงานส่งไปรษณีย์ ที่ใกล้ที่สุด ในประเทศไทย
- ขอส่งจดหมายลงทะเบียนแบบมีการติดตาม (Registered Mail with Tracking)
- เก็บใบเสร็จจากไปรษณีย์เป็นหลักฐาน จดบันทึกเลขติดตามของจดหมาย
- รอจดหมายมาถึง Promise ซึ่งปกติใช้เวลา 3 ถึง 7 วันทำการ
- ติดตามสถานะจดหมายผ่านเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทย เพื่อยืนยันว่ามีการส่งมอบแล้ว
- รอการตอบรับจาก Promise ซึ่งพวกเขาควรติดต่อคุณภายใน 10 วันทำการ
วิธีที่ 2 การติดต่อทางโทรศัพท์
หากคุณต้องการวิธีที่รวดเร็วกว่า คุณสามารถติดต่อ Promise โดยตรงทางโทรศัพท์
- ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าสัมพันธ์ของ Promise บนไซต์ของพวกเขา หรือบนใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายของคุณ
- โทรไปยังศูนย์บริการลูกค้าในเวลาทำการ (โดยปกติ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.00 น. ถึง 18.00 น.)
- บอกให้พนักงานทราบว่าคุณต้องการยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีของคุณ
- ให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณตามที่พนักงานขอ เช่น เลขบัตรประชาชน และเลขสัญญา
- ถามพนักงานว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลานานเท่าใด โดยปกติ 3 ถึง 5 วันทำการ
- ขอให้พนักงานส่งคำยืนยันการยกเลิกทางอีเมลหรือ SMS
- บันทึกชื่อพนักงาน เวลา และวันที่ของการติดต่อเป็นหลักฐาน
วิธีที่ 3 การเยี่ยมเข้าเป็นตัวจริง (ถ้าสามารถ)
หากคุณอยู่ใกล้กับสำนักงาน Promise คุณสามารถเข้าไปจัดการโดยตรง
- ค้นหาสำนักงาน Promise ที่ใกล้กับคุณมากที่สุด
- นำเอกสารประจำตัวและข้อมูลบัญชี Promise ของคุณไปด้วย
- ขอพูดคุยกับพนักงานบริการลูกค้า และแจ้งว่าคุณต้องการยกเลิก
- กรอกแบบฟอร์มยกเลิก (หากมี) หรือขอให้พนักงานช่วยจัดการให้
- ขอใบเสร็จหรือหนังสือยืนยันการยกเลิก
สิ่งที่ต้องทำหลังจากยกเลิก Promise
การยกเลิกนั้นไม่ได้สิ้นสุดในทันที คุณต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการสมบูรณ์
ติดตามสถานะของคุณหลังจากยกเลิก
หลังจากส่งคำร้องยกเลิก ให้ติดตามสถานะบัญชีของคุณอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบยอดคงเหลือ และรอการติดต่อจาก Promise เพื่อยืนยันการยกเลิก ในระหว่างการรอดำเนินการ ให้ติดตามบัญชีธนาคารของคุณเพื่อดูว่า Promise ยังคงหักเงินหรือไม่ ถ้าพวกเขายังคงหักเงินหลังจากวันที่ยกเลิกมีผลบังคับใช้ คุณมีสิทธิในการร้องเรียน
การตรวจสอบหลักฐานการยกเลิก
ขอให้ Promise ส่งจดหมายยืนยันการยกเลิกทางอีเมลหรือไปรษณีย์ เพื่อให้คุณมีหลักฐานในการเก็บไว้ หลักฐานนี้สำคัญในกรณีที่มีข้อพิพาทในอนาคต Yafee แนะนำให้คุณเก็บสำเนาอีเมล จดหมาย หรือใบเสร็จทั้งหมดอย่างปลอดภัย
สิทธิของผู้บริโภคและกรอบกฎหมาย
กฎหมายไทยมีระเบียบปกป้องสิทธิของคุณในการยกเลิกบริการทางการเงิน
สิทธิทางกฎหมายของคุณตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561 มอบสิทธิให้แก่ผู้บริโภคในการยกเลิกสัญญาสินเชื่อและบริการการเงิน โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้:
- คุณมีสิทธิในการยกเลิกบริการหักเงินอัตโนมัติได้เมื่อใดก็ตาม
- บริษัทต้องสิ้นสุดการหักเงินภายใน 10 วันทำการหลังจากได้รับคำร้องยกเลิก
- คุณมีสิทธิในการร้องเรียนต่อสำนักงานสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค หากบริษัทปฏิเสธการยกเลิก
- คุณมีสิทธิในการร้องเรียนต่อธนาคารแห่งประเทศไทย หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการหักเงิน
สิทธิของคุณในการร้องเรียน
หากคุณพบปัญหา เช่น Promise ปฏิเสธการยกเลิก หรือยังคงหักเงินหลังจากลงนามการยกเลิก คุณสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค (สำนักงานสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี การร้องเรียนนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย และคุณสามารถทำได้ทางไปรษณีย์ หรือออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขา
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง
การยกเลิก Promise ไม่ควรเป็นเรื่องยากหากคุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปเหล่านี้
ข้อผิดพลาดที่ 1 การลืมชำระยอดคงเหลือ
หากคุณไม่ชำระยอดคงเหลือของคุณให้เสร็จสิ้น Promise อาจปฏิเสธการยกเลิก ตรวจสอบบัญชีของคุณก่อนส่งคำร้องยกเลิก และชำระเงินให้หมดแต่ไม่ต้องรวมดอกเบี้ยในอนาคต (เนื่องจากคุณจะไม่ใช้บริการอีกต่อไป)
ข้อผิดพลาดที่ 2 การไม่บันทึกหลักฐาน
อย่าลืมบันทึกหรือเก็บหลักฐานของการติดต่อของคุณ รวมถึงวันที่ เวลา ชื่อพนักงาน เลขติดตามจดหมาย และอีเมลยืนยัน หลักฐานเหล่านี้จะช่วยคุณในกรณีที่เกิดข้อพิพาท
ข้อผิดพลาดที่ 3 การไม่ติดตามการหักเงินอีกต่อไป
หลังจากวันที่ยกเลิกมีผลบังคับใช้ ให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่า Promise ไม่ได้หักเงินจากบัญชีของคุณอีกต่อไป หากพบการหักเงิน ให้ติดต่อ Promise ทันที และร้องเรียนต่อธนาคารของคุณ
ข้อผิดพลาดที่ 4 การไม่ยืนยันวันที่มีผลบังคับใช้
เมื่อคุณติดต่อ Promise ให้ขอให้พวกเขายืนยันวันที่ที่การยกเลิกจะมีผลบังคับใช้ หากไม่มีการยืนยันนี้ Promise อาจอ้างว่าพวกเขาไม่ได้รับคำร้องของคุณ หรือว่ากำหนดเวลาไม่ชัดเจน
เปรียบเทียบตัวเลือกการยกเลิก
วิธีต่างๆ ในการยกเลิก Promise มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน
| วิธีการ |
เวลา |
หลักฐาน |
ความสะดวก |
| จดหมายลงทะเบียน |
3 ถึง 7 วัน |
สูง (มีการติดตาม) |
โปรดแนะนำ |
| โทรศัพท์ |
1 ถึง 2 วัน |
ต่ำ (ต้องบันทึก) |
สูง |
| เยี่ยมเข้าเป็นตัวจริง |
1 วัน |
สูง (ได้ใบเสร็จ) |
ต่ำ (ต้องเดินทาง) |
บริการและเครื่องมือสนับสนุนของ yafee
ที่ Yafee เรามีทรัพยากรที่ช่วยให้คุณจัดการสัญญาและการยกเลิกบริการได้อย่างสม่ำเสมอ
วิธีที่ yafee ช่วยคุณได้
Yafee เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้บริโภคไทยติดตามและจัดการสัญญาของพวกเขา บริการของเราครอบคลุมการแจ้งเตือน การใช้งาน และวันที่หมดอายุ เพื่อให้คุณไม่ลืมการชำระเงินหรือการยกเลิก Yafee ยังให้ข้อมูลประมาณการค่าใช้จ่ายเพื่อให้คุณตัดสินใจว่าเมื่อใดควรยกเลิก
การบันทึกหลักฐานอย่างปลอดภัย
ที่ Yafee คุณสามารถบันทึกทุกหลักฐานเกี่ยวกับการติดต่อ จดหมาย และการยืนยันการยกเลิกได้ ในที่เดียว ข้อมูลของคุณจะได้รับการเข้ารหัสและเก็บไว้อย่างปลอดภัย
รายการตรวจสอบสำหรับการยกเลิก Promise
ก่อนส่งคำร้องยกเลิก ให้ตรวจสอบรายการต่อไปนี้เพื่อให้มั่นใจว่าคุณพร้อม
- ตรวจสอบยอดคงเหลือและชำระให้เสร็จสิ้น
- รวบรวมข้อมูลส่วนตัว (เลขบัตรประชาชน เลขสัญญา เบอร์โทรศัพท์ อีเมล)
- บันทึกเลขบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับ Promise
- ตัดสินใจว่าจะใช้จดหมายลงทะเบียน โทรศัพท์ หรือเยี่ยมเข้าเป็นตัวจริง
- เตรียมเอกสารประจำตัว (บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต)
- เลือกวันที่ที่คุณต้องการให้การยกเลิกมีผลบังคับใช้
- บันทึก วันที่ และชื่อพนักงานเมื่อติดต่อ Promise
- รอการยืนยันจาก Promise ภายใน 10 วันทำการ
- ติดตามบัญชีธนาคารของคุณหลังจากวันที่ยกเลิกมีผลบังคับใช้
สรุป และขั้นตอนต่อไป
การยกเลิก Promise นั้นตรงไปตรงมา หากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง วิธีที่ดีที่สุดคือส่งจดหมายลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐาน จดบันทึกวันที่และชื่อผู้ติดต่อ และติดตามบัญชีของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าการหักเงินหยุดลง ที่ Yafee เราได้ช่วยผู้บริโภคหลายพันคนยกเลิกบริการทางการเงิน โดยให้ข้อมูลที่ชัดเจน แนวทางที่มีจริง และการสนับสนุนจากทีมผู้เชี่ยวชาญของเรา
เริ่มต้นการยกเลิกของคุณวันนี้เอง ที่ Yafee เรามีเครื่องมือและข้อมูลที่คุณต้องการเพื่อให้กระบวนการง่ายขึ้น
ที่อยู่และข้อมูลติดต่อ Promise
หากคุณต้องการส่งจดหมายลงทะเบียนหรือติดต่อ Promise โดยตรง ใช้ข้อมูลติดต่อต่อไปนี้
ที่อยู่สำนักงานหลัก Promise
คุณสามารถติดต่อ Promise ได้ที่ที่อยู่ส่วนหลักของพวกเขา หรือสาขาที่ใกล้กับคุณที่สุด โปรดตรวจสอบเว็บไซต์ของ Promise เพื่อหาที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่ปัจจุบันของศูนย์บริการลูกค้า เนื่องจากข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง
ช่องทางติดต่ออื่นๆ
- เบอร์โทรศัพท์บริการลูกค้า: ตรวจสอบบนเว็บไซต์ Promise หรือบนใบแจ้งรายการค่าใช้จ่ายของคุณ
- อีเมล: ขอให้พนักงาน Promise ส่งที่อยู่อีเมลบริการลูกค้าให้คุณ
- แอป Promise: คุณอาจสามารถส่งข้อความไปยัง Promise ผ่านแอปของพวกเขาได้
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค: เพื่อร้องเรียนหากเกิดข้อพิพาท
เมื่อคุณส่งคำร้องยกเลิก อย่าลืมขอหลักฐานและการยืนยันจาก Promise ที่ Yafee เรามีความมั่นใจว่ากระบวนการนี้จะเรียบร้อยและรวดเร็ว เมื่อคุณติดตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม