วิธียกเลิก LinkedIn ในประเทศไทย: คู่มือสิทธิ์ผู้บริโภคและขั้นตอนปลอดภัย
ทำความเข้าใจ LinkedIn และเหตุผลที่อาจต้องยกเลิก
LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2002 ปัจจุบันมีผู้ใช้นับล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวนมากในประเทศไทยที่ค้นหางาน สร้างเครือข่าย และพัฒนาอาชีพ บริษัท LinkedIn หารายได้จากสมาชิกพรีเมียมและบริการโฆษณา ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Corporation
แม้ว่า LinkedIn อาจมีประโยชน์ในการเริ่มต้น แต่สมาชิกพรีเมียมไม่ได้ให้คุณค่าทั้งหมดตลอดเวลา หากคุณพบว่าไม่ได้ใช้ฟีเจอร์พรีเมียม ไม่ได้รับการตอบสนองจากการสมัครงาน หรือต้องการลดรายจ่ายรายเดือน Yafee ได้จัดเตรียมคู่มือนี้เพื่อช่วยให้คุณนำทางผ่านกระบวนการยกเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ฟีเจอร์หลักของ LinkedIn ในประเทศไทย
LinkedIn นำเสนอฟีเจอร์พื้นฐานฟรี เช่น สร้างโปรไฟล์มืออาชีพ ค้นหางาน และติดตามอัปเดตจากเพื่อนร่วมงาน สมาชิกพรีเมียมสามารถเข้าถึง InMail (ข้อความส่วนตัวถึงผู้ที่ไม่รู้จัก) ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้สมัครงาน และเครื่องมือค้นหาขั้นสูงสำหรับผู้ที่มองหางาน บริการทั้งหมดนี้พร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ไทยผ่านเว็บไซต์และแอปมือถือ
ในประเทศไทย LinkedIn ไม่มีสำนักงานตามที่มีข้อมูลในปัจจุบัน ดังนั้นการติดต่อเกี่ยวกับการยกเลิกหรือการร้องเรียนจึงต้องดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์หรือจดหมายลงทะเบียนไปยังสำนักงานหลักในต่างประเทศ Yafee แนะนำให้เก็บสำเนาเอกสารทั้งหมด รวมถึงอีเมลยืนยัน ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานการชำระเงิน เพื่อไว้อ้างอิงในอนาคต
ราคาและแผนสมาชิก LinkedIn ประจำปี 2567
ราคา LinkedIn ในประเทศไทยสำหรับสมาชิกพรีเมียมอยู่ในช่วง 1,200 ถึง 1,800 บาทต่อเดือน แผนรายปีมีราคาถูกกว่าต่อเดือน โดยประมาณ 12,000 ถึง 18,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามประเภทแผนและการเปลี่ยนแปลงอัตราค่า คุณสามารถชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือช่องทางชำระเงินนานาชาติอื่น ๆ
| แผนสมาชิก |
ราคารายเดือน (บาท) |
ราคารายปี (บาท) |
เหมาะสำหรับ |
| แผนผู้หางาน |
1,200 - 1,400 |
12,000 - 14,400 |
บุคคลที่หางานอย่างจริงจัง |
| แผนธุรกิจ |
1,600 - 1,800 |
16,000 - 18,000 |
ผู้ที่ต้องการติดต่อมากมาย |
| แผนผู้บริหาร |
2,400 - 2,800 |
24,000 - 28,000 |
ผู้บริหารและสถาบัน |
| แผนฟรี |
0 |
0 |
ผู้ใช้ที่สนใจเครือข่ายเบื้องต้น |
สิทธิ์ของผู้บริโภคตามกฎหมายไทย
คุณมีสิทธิ์อันสำคัญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2542 และการแก้ไขเพิ่มเติม นอกเหนือจากเงื่อนไขของ LinkedIn โดยอิสระ
สิทธิ์หลักของคุณภายใต้กฎหมายไทย
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2542 ให้สิทธิ์คุณในการยกเลิกสัญญาสมาชิกภายในระยะเวลาที่สมควร โดยเฉพาะถ้า LinkedIn ไม่ได้มอบบริการตามที่สัญญาไว้ หากคุณพบว่ามีการเรียกเก็บเงินหลังจากยกเลิก หรือบริการไม่ตรงกับคำอธิบาย คุณมีสิทธิ์ร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
หาก LinkedIn ปฏิเสธการคืนเงินหลังจากยกเลิก คุณอาจยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคแห่งภูมิภาค ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเรียกร้องและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค Yafee มักแนะนำให้เก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น อีเมลยืนยัน ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงิน และการติดตามการยกเลิก เพื่อใช้อ้างอิงหากจำเป็น
สิทธิ์ในการขอเงินคืนตามกฎหมาย
ตามกฎหมายไทย หากคุณยกเลิกสัญญาภายในก่อนครบระยะเวลาที่ตกลง LinkedIn ต้องคืนเงินค่าสมาชิกตามส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ (called pro-rata refund) ในกรณีที่ LinkedIn ผิดสัญญา เช่น บริการหยุดใช้งาน คุณมีสิทธิ์ขอเงินคืนทั้งจำนวน Yafee ขอแนะนำให้ส่งคำขอเงินคืนเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมลหรือจดหมายลงทะเบียน) เพื่อมีหลักฐาน
สถานะทางกฎหมายของคุณ: คุณอยู่ในตำแหน่งที่เข้มแข็ง หากบริการไม่ตรงกับที่สัญญาไว้ คุณสามารถขอเงินคืนหรือยกเลิกได้โดยไม่เสียค่าปรึกษา หากบริษัทปฏิเสธ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจะช่วยสนับสนุนข้อเรียกร้องของคุณ
วิธีการยกเลิก LinkedIn: ขั้นตอนครบถ้วน
คุณมีวิธีสองวิธีในการยกเลิก LinkedIn คือผ่านเว็บไซต์หรือแอปมือถือ และผ่านจดหมายลงทะเบียนไปยังสำนักงาน Yafee แนะนำให้ใช้วิธีจดหมายลงทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานแม้ว่าใช้เวลานานกว่า
ขั้นตอนที่ 1: ยกเลิกผ่านเว็บไซต์หรือแอป LinkedIn
วิธีนี้เร็วที่สุด แต่คุณไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษร ดำเนินการตามขั้นตอนนี้หากต้องการยกเลิกทันที
- เข้าสู่ระบบบัญชี LinkedIn ด้วยอีเมลและรหัสผ่านของคุณ
- หากใช้แอปมือถือ ให้เปิดแอป LinkedIn
- คลิกไอคอนโปรไฟล์ของคุณที่มุมบนขวา (บนเว็บ) หรือแตะเมนูสามบรรทัด (บนแอป)
- บนแอป ให้แตะ "Settings and privacy" (ตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว)
- เลือก "Settings and privacy" หรือ "Settings" (ตั้งค่า)
- คลิกแท็บ "Account" (บัญชี)
- เลื่อนลงจนหาส่วน "Membership" หรือ "Subscription" (สมาชิก หรือ การสมัครสมาชิก)
- คลิก "Cancel subscription" (ยกเลิกการสมัครสมาชิก) หรือ "Manage paid plan" (จัดการแผนที่ชำระเงิน)
- LinkedIn อาจถามว่าทำไมคุณจึงยกเลิก เลือกเหตุผลที่เป็นจริง
- ระบบอาจเสนอส่วนลดหรือลดราคา ปฏิเสธหากคุณแน่ใจที่ยกเลิก
- ยืนยันการยกเลิก
- LinkedIn จะแสดงวันสุดท้ายของการเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียม
- บันทึกข้อมูลนี้และถ่ายภาพหน้าจอเพื่อเป็นหลักฐาน
- ตรวจสอบอีเมลยืนยัน
- LinkedIn จะส่งอีเมลยืนยันการยกเลิก เก็บอีเมลนี้ไว้เป็นหลักฐาน
ขั้นตอนที่ 2: ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่มีหลักฐานที่สุด)
วิธีนี้ใช้เวลานานกว่าและมีค่าใช้จ่ายด้านไปรษณีย์ แต่คุณจะได้หลักฐานลายลักษณ์อักษร Yafee ขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้หากต้องการความปลอดภัยสูงสุด
- เขียนจดหมายยกเลิก
- ระบุชื่อเต็มของคุณ (ตามที่ลงทะเบียนใน LinkedIn)
- ระบุอีเมลที่ใช้ในบัญชี LinkedIn
- เขียน: "ข้าพเจ้าขอยกเลิกสมาชิก LinkedIn Premium ของข้าพเจ้าทันที และขอเงินคืนสำหรับส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ"
- ลงนามและใส่วันที่ปัจจุบัน
- เตรียมเอกสารประกอบ
- สำเนาใบแจ้งหนี้ล่าสุด (invoice)
- หลักฐานการชำระเงิน (ใบเสร็จ)
- หมายเลขบัญชี LinkedIn ของคุณ
- ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังสำนักงาน LinkedIn
- ที่อยู่: LinkedIn Corporate, 1000 W Maude Ave, Sunnyvale, CA 94085, USA
- ใส่ "Account Cancellation Request" บนซองจดหมาย
- ใช้บริการจดหมายลงทะเบียนมีการแจ้งสถานะ (registered mail with tracking)
- เก็บหลักฐาน
- ถ่ายภาพสำเนาจดหมายและสำเนาเอกสารประกอบทั้งหมด
- เก็บใบเสร็จจากสำนักงานไปรษณีย์
- บันทึกวันที่ส่ง
- รอการตอบรับ (7-14 วัน)
- LinkedIn จะส่งอีเมลยืนยันการยกเลิก
- หากไม่ได้รับ ให้ส่งอีเมลติดตาม (follow-up email)
การเงินหลังการยกเลิก: ระยะเวลาและการคืนเงิน
หลังจากยกเลิกบัญชี คุณต้องเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการชำระเงินและเงินคืนของคุณ
เมื่อใดที่การเข้าถึง premium จะหยุด
โดยปกติ LinkedIn จะจำกัดการเข้าถึงฟีเจอร์ Premium ณ สิ้นสุดรอบการเรียกเก็บ ตัวอย่างเช่น หากคุณสมัครสมาชิกรายเดือนและยกเลิกวันที่ 15 ของเดือน LinkedIn จะให้การเข้าถึง Premium จนถึงสิ้นสุดเดือนปัจจุบัน จากนั้นขดหลังจากไม่ชำระเงินในเดือนถัดไป
ตารางเวลาการคืนเงิน
Yafee แนะนำให้คาดหวังการคืนเงินดังนี้:
| สถานการณ์ |
ระยะเวลากำหนด |
ประเภทการคืนเงิน |
| ยกเลิกในปี 2-3 วันแรก |
3-5 วัน |
เงินคืนเต็มจำนวน |
| ยกเลิกหลังจาก 30 วัน |
5-10 วัน |
เงินคืนตามส่วนที่ยังไม่ใช้ (pro-rata) |
| ยกเลิกหลังจาก 90 วัน |
7-14 วัน |
ไม่มีการคืนเงิน (ตามเงื่อนไข) |
| ปัญหาการบริการ (LinkedIn เป็นเหตุ) |
3-7 วัน |
เงินคืนเต็มจำนวน |
วิธีติดตามการคืนเงิน
หลังจากยกเลิก ให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตของคุณทุก 3-5 วัน เงินคืนจะปรากฏเป็น "Credit" หรือเครดิตบัญชี ซึ่งอาจใช้เวลา 7-14 วันขึ้นอยู่กับธนาคารของคุณ หาก 14 วันผ่านไปแล้วและยังไม่มีการคืนเงิน ให้ติดต่อ LinkedIn โดยส่งอีเมลไปยัง [email protected] พร้อมใบแจ้งหนี้และหลักฐานการยกเลิก
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง
การยกเลิก LinkedIn ไม่ยากหากคุณรู้ว่าต้องทำอะไร ด้านล่างเป็นข้อผิดพลาดที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ทำและวิธีหลีกเลี่ยง
ข้อผิดพลาดที่ 1: ลืมเก็บหลักฐาน
หลายคนยกเลิกแล้วจึงตระหนักว่าไม่มีหลักฐาน หากเกิดปัญหาการชำระเงินในภายหลัง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจะขอหลักฐานการยกเลิก Yafee ขอแนะนำให้ถ่ายภาพหน้าจอการยืนยันการยกเลิกทันที บันทึกอีเมลยืนยัน และเก็บใบแจ้งหนี้ทั้งหมดไว้
ข้อผิดพลาดที่ 2: ยกเลิกแล้วไม่ตรวจสอบการเรียกเก็บเงิน
บ้างครั้ง LinkedIn อาจเรียกเก็บเงินต่อไปแม้หลังจากยกเลิก ตรวจสอบใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารของคุณเป็นประจำเป็นเวลา 2-3 เดือนหลังการยกเลิก หากมีการเรียกเก็บเงินหลังการยกเลิก ให้ติดต่อ LinkedIn ทันที
ข้อผิดพลาดที่ 3: ยืนยันข้อมูลเก่าของบัตรเครดิต
หากคุณเปลี่ยนบัตรเครดิตหรือหมดอายุบัตร LinkedIn อาจเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมเนื่องจากลืมอัปเดต หากเปลี่ยนบัตรก่อนยกเลิก ให้อัปเดตวิธีการชำระเงินหรือลบบัตรออกก่อนยกเลิก
ข้อผิดพลาดที่ 4: ส่งจดหมายปกติแทนจดหมายลงทะเบียน
หากคุณส่งจดหมายประชาชนปกติ ไม่มีวิธีการติดตามและอาจหายไป ใช้บริการจดหมายลงทะเบียนมีการแจ้งสถานะ (registered mail with tracking) เสมอ เพื่อให้ได้หลักฐานการส่งมอบ
รายการตรวจสอบหลังการยกเลิก
เมื่อยกเลิก LinkedIn แล้ว ให้ทำตามรายการตรวจสอบนี้เพื่อให้แน่ใจว่าขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์
- วันที่ 0-1 (วันยกเลิก): ถ่ายภาพหน้าจอการยืนยัน บันทึกวันและเวลา เก็บลิงก์หลักฐาน
- วันที่ 1-3: ตรวจสอบอีเมลถ้าไม่ได้รับอีเมลยืนยัน ส่งอีเมลติดตาม
- วันที่ 3-5: ตรวจสอบการคืนเงินในบัญชีธนาคาร (หากใช้บัตรเครดิต อาจใช้เวลา 7-14 วัน)
- วันที่ 7: ตรวจสอบใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต หากยังมีการเรียกเก็บเงิน ติดต่อ LinkedIn
- วันที่ 14-30: ตรวจสอบว่ามีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมหรือไม่ รวมค่าบริการที่ซ่อนอยู่
- วันที่ 30: หากยังมีปัญหา ร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
การเปรียบเทียบเว็บไซต์และวิธีการยกเลิก
ด้านล่างแสดงความแตกต่างระหว่างวิธีการยกเลิกต่าง ๆ เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงตามสถานการณ์ของคุณ
| วิธีการ |
ความเร็ว |
หลักฐาน |
ค่าใช้จ่าย |
ความเหมาะสม |
| ผ่านเว็บไซต์ |
เร็วมาก (นาที) |
ต่ำ (สกรีนชอต) |
ฟรี |
คนที่ต้องยกเลิกอย่างเร่งด่วน |
| ผ่านแอป |
เร็วมาก (นาที) |
ต่ำ (สกรีนชอต) |
ฟรี |
ผู้ใช้มือถือ |
| จดหมายลงทะเบียน |
ช้า (7-14 วัน) |
สูง (ลายลักษณ์อักษร) |
100-200 บาท |
ความปลอดภัยสูง เพื่อหลักฐาน |
| อีเมล |
ปานกลาง (1-3 วัน) |
ปานกลาง (อีเมล) |
ฟรี |
ทางเลือกระดับกลาง |
ที่อยู่การติดต่อสำหรับการยกเลิก LinkedIn
หากต้องการยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียนหรือต้องการติดต่อ LinkedIn โดยตรง ให้ใช้ที่อยู่นี้
ที่อยู่ส่งจดหมายยกเลิก:
LinkedIn Corporate
Account Cancellation Request
1000 W Maude Avenue
Sunnyvale, CA 94085
United States of America
ช่องทางติดต่ออีเมล:
[email protected]
(ในเรื่องเรื่องเลือก "Account & Profile" แล้ว "Billing & Subscriptions")
หากต้องการร้องเรียน:
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
กระทรวงพาณิชย์
สาขาจังหวัดที่คุณอยู่
โทรศัพท์: 1300 (สายด่วนสคบ.)
สรุป: ขั้นตอนด่วนและการช่วยเหลือจาก yafee
การยกเลิก LinkedIn ในประเทศไทยเป็นกระบวนการที่ตรงไปตรงมาหากทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง สรุป:
- คุณมีสิทธิ์ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ที่จะยกเลิกและขอเงินคืน
- วิธีเร็วที่สุดคือผ่านเว็บไซต์ แต่วิธีจดหมายลงทะเบียนให้หลักฐานที่ดีขึ้น
- เก็บหลักฐานทั้งหมด (อีเมล ใบแจ้งหนี้ สกรีนชอต) ไว้อ้างอิง
- ตรวจสอบการคืนเงินใน 5-14 วัน
- หากเกิดปัญหา ร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
Yafee ได้ช่วยเหลือผู้บริโภคนับพันคนในการยกเลิกบริการสมัครสมาชิกต่าง ๆ รวมถึง LinkedIn อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมาย โดยมีอัตราความสำเร็จในการคืนเงินสูงกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเลิก สัญญา หรือการอ้างสิทธิ์คืนเงิน ไปที่ yafee.com เพื่อดูคู่มือเพิ่มเติมและเครื่องมือช่วยเหลือ Yafee นี้มีไว้เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิ์ของตนและสามารถปกป้องตนเองในการทำธุรกรรมออนไลน์